Tvasta ใช้เทคโนโลยีภาพพิมพ์ 3 มิติ ช่วยอินเดียสร้างบ้านหลังใหม่ที่มีราคาถูก – ลดคนไร้บ้าน ตามนโยบาย Housing for All

จำนวนคนไร้บ้านในโลกมีเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ก่อนการระบาดของโรค โดยมีการประมาณว่ามีคนไร้บ้านราว 150 ล้านคนทั่วโลก หรือคิดเป็น 2% ของประชากรโลก ซึ่งจำนวนที่แท้จริงอาจจะมีมากกว่านี้ ขณะที่ในกรณีของยุโรปนั้น พบว่ามีจำนวนคนที่อยู่ในที่อยู่อาศัยแบบชั่วคราวสูงขึ้นถึง 70% ในทศวรรษที่ผ่านมานี้

เมื่อมองหาทางออก หนึ่งในวิธีการที่กำลังเป็นที่นิยมในโลกโดยที่มีบริษัทจำนวนหนึ่งเริ่มดำเนินการก็คือ “การใช้เทคโนโลยีภาพพิมพ์สามมิติ” (3D-printing) มาช่วยสร้างบ้านให้เสร็จในเร็ววัน และยังเป็นการเพิ่มจำนวนบ้านที่มีราคาที่ซื้อหาได้หรือมีราคาถูก (affordable) พร้อมกระบวนการสร้างที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ โดยคาดว่าตลาดของโครงการสร้างบ้านด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวจะเติบโตขึ้นคิดเป็นมากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2567

ตัวอย่างของความพยายามแก้ปัญหาคนไร้บ้านโดยการใช้เทคโนโลยีสร้างบ้านที่ว่านี้ มีที่ประเทศอินเดีย เริ่มจากที่รัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรี Narendra Modi ให้คำมั่นจะสร้างบ้านในเมืองหลังใหม่ให้ได้ 20 ล้านหลัง และบ้านในชนบทหลังใหม่อีก 30 ล้านหลังภายในปี 2565 ตามนโยบาย “บ้านสำหรับทุกคน” (Housing for All) โดยเฉพาะสำหรับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ถึงกระนั้น ความคืบหน้ายังเป็นไปอย่างช้า

เทคโนโลยีสร้างบ้านด้วยภาพพิมพ์สามมิติของบริษัทสตาร์ทอัพ Tvasta ซึ่งพัฒนาขึ้นในอินเดีย โดยการสนับสนุนของกระทรวงการเคหะและกิจการเมือง (Ministry of Housing and Urban Affairs) จึงเข้ามาร่วมช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนบ้านราคาถูก ตั้งแต่การลดระยะเวลาการก่อสร้างให้เสร็จเร็วขึ้น ลดจำนวนขยะและพลังงานจากกระบวนการ และราคาบ้านในท้ายที่สุดมีราคาถูกกว่าการก่อสร้างแบบดั้งเดิม 30% โดยสามารถตอบโจทย์ในแง่ของราคาการรองรับปริมาณความต้องการ ตลอดจนในภาวะที่ต้องการที่พักพิงในช่วงภัยพิบัติธรรมชาติ

โดยบ้านขนาด 56 ตร.ม.นี้ ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกทางใต้ของอินเดีย ณ เมืองเจนไน โดยความร่วมมือกับ Terwilliger Center for Innovation in Shelter ภายใต้ Habitat for Humanity

ดูเพิ่มเติมเรื่องการสร้างบ้านด้วยเทคโนโลยีภาพพิมพ์สามมิติในแอฟริกา ที่นี่

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG11 เมืองและที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืน
-(11.1) สร้างหลักประกันว่าจะมีการเข้าถึงที่อยู่อาศัยและการบริการพื้นฐานที่พอเพียง ปลอดภัย และในราคาที่สามารถจ่ายได้ และยกระดับชุมชนแออัด ภายในปี 2573
-(11.3) ยกระดับการพัฒนาเมืองและขีดความสามารถให้ครอบคลุมและยั่งยืน เพื่อการวางแผนและการบริหารจัดการการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์อย่างมีส่วนร่วม บูรณาการและยั่งยืนในทุกประเทศ ภายในปี 2573
#SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
-(12.2) บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี 2573

แหล่งที่มา:
These innovative projects are tackling homelessness around the world (World Economic Forum)
India’s first 3D-printed home offers affordable housing ‘solution’ (Reaters)

Last Updated on พฤศจิกายน 3, 2021

Author

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

ผู้เขียน

  • Thiraphon Singlor

    Editor | อยากรู้ความคิดของคนต่างพื้นเพ ต่างสังคมและวัฒนธรรม สนใจความเป็นไปของโลก ความมั่นคง และการพัฒนา แล้วนำมาถ่ายทอดร้อยเรียงเรื่องราวเล่าให้ฟัง

    View all posts

RELATED

SUPvivors SAY NO MORE โครงการเสริมพลัง ให้ผู้รอดชีวิต จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศในเอกวาดอร์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระดับชาติ

โครงการ ‘SUPvivors SAY NO MORE’ เสริมพลังแก่ผู้รอดชีวิตจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ (sexual abuse) ให้เป็น ‘SUPER survivors’ เพื่อให้ผู้รอดชีวิตตระหนักถ…

ของมันต้องมี? แบรนด์ Trestique ผลิตเครื่องสำอางแบบรีฟิล ใช้ได้ตลอดไปไม่ก่อขยะเพิ่ม

พาเลทอายแชโดว์ 8 สียังเป็นของมันต้องมีอยู่ไหม? แบรนด์เครื่องสำอางที่ไม่ทดลองกับสัตว์และได้รับการรับรอง PETA อย่าง Trestique ยึดหลักเมคอัพสไตล์มินิมอล…

ความหวังของแอฟริกา ‘กำแพงสีเขียว’ ที่จะช่วยให้ผืนแผ่นดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

ในปัจจุบันปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นปัญหาสำหรับหลาย ๆ ภูมิภาค แต่ในทวีปแอฟริกากลับกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงมากกว่า เพราะความ…

MediMusic แอปพลิเคชันจ่ายยาให้คนไข้เป็นเพลย์ลิสต์เพลง ช่วยลดความเครียดและความเจ็บปวดทางร่างกาย

‘จ่ายเพลงให้เป็นยารักษาโรค – prescribing music as medicine’

เทคโนโลยีสมัยนี้มีทั้งการใช้ AI ช่วยจัดเพลงให้ฟังตามรสนิยมอย่าง Spotify หรือประเภทที่ช…

ค้นหา