การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงที่ฉันอยากเห็น -The Developments and Changes that I Would Like to See

หากเป็นไปได้ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะสามารถพูดเพื่อเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง ดิฉันคงอยากจะทำสิ่งเหล่านี้…

แน่นอนว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้นคือจุดมุ่งหมายหลักของการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด   และตัวของดิฉันเองก็อยากให้จังหวัดที่เป็นบ้านเกิดของดิฉันได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดต่อคนในจังหวัดเช่นเดียวกัน 

ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแนะนำตัวก่อนว่า ดิฉันเกิดและเติบโตที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งต่อมาก็ได้ศึกษาเล่าเรียนในจังหวัดนี้เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ในปัจจุบันนี้ดิฉันจำเป็นต้องเข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพมหานคร  และเมื่อพวกคุณได้อ่านข้อความที่ดิฉันได้เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว คงมีหลายคนไม่น้อยที่สงสัยว่า ทำไม? และ เหตุผลใด? ที่ดิฉันจึงไม่เลือกเรียนต่อที่จังหวัดบ้านเกิดของตนเอง และด้วยคำถามนี้ที่น่าจะอยู่ในใจของพวกท่านหลาย ๆ คน ดิฉันจึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านมาลองคิดตามเรื่อง ๆ หนึ่งที่ดิฉันจะอธิบายไปพร้อม ๆ กันกับดิฉันค่ะ 

เราทุกคนต้องยอมรับก่อนว่าในประเทศไทยนั้น การศึกษาถือเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงออกถึงความเหลื่อมล้ำภายในประเทศเป็นอย่างมาก ผู้คนในประเทศไทยได้รับการส่งเสริมในด้านการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกัน หรือแม้แต่ผู้คนในจังหวัดเดียวกันเอง เราก็จะเห็นว่าประสิทธิภาพของการศึกษาภายในประเทศและภายในจังหวัดนั้น ๆ ไม่มีเสถียรภาพและไม่มีประสิทธิภาพที่ดีเพียงพอกับคนทั้งประเทศ และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผลักดันให้ดิฉันจำเป็นต้องเลือกมาเรียนต่อในกรุงเทพมหานคร แทนที่จะเลือกเรียนต่อในจังหวัดบ้านเกิดของตนเอง เพราะการศึกษาที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอกับความสามารถของผู้คน ซึ่งถือเป็นระบบการศึกษาของเมืองที่ไม่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในเมืองหรือจังหวัด และเป็นระบบการศึกษาที่มีโอกาสน้อยมากต่อการจะประสบความสำเร็จและการเติบโต สิ่งนี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เป็นเหมือนแรงผลักดันให้ผู้คนที่มีประสิทธิภาพภายในจังหวัดจะต้องเดินทางออกไปแสวงหาความสำเร็จที่ดีกว่าในสถานที่ที่ดีกว่า ทั้งทั้งที่ดิฉันเชื่อว่าแต่ละจังหวัด แต่ละสถานที่ ย่อมมีคนที่มีประสิทธิภาพอยู่ไม่น้อยหรืออาจจะทัดเทียมกัน แต่ด้วยสภาพแวดล้อมของถิ่นที่อยู่อาศัย ความเพียบพร้อม รวมถึงประสิทธิภาพของการส่งเสริมผู้คนที่ไม่ทัดเทียมกัน จึงทำให้บุคคลที่มีประสิทธิภาพต่างไปกระจุกตัวอยู่ที่เมืองซึ่งมีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า เพราะพวกเขาเองก็มีโอกาสและความสามารถที่มากพอจะไขว่คว้าสิ่งเหล่านั้นมาได้ 

แต่ถ้าหากเรามองไปที่กลุ่มผู้คนอีกภาคส่วนหนึ่งของจังหวัด ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่จังหวัดบ้านเกิดของดิฉัน  เราก็อาจจะเห็นถึงความเหลื่อมล้ำและโอกาสที่เป็นเสมือนแสงเทียนอันริบหรี่ที่พร้อมจะดับลงได้ทุกเมื่อ เมื่อเผชิญกับสถานการณ์หรือวิกฤติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น กลุ่มผู้คนที่เป็นประชาชนส่วนมากของประเทศนี้ พวกเขาเหล่านี้อาจเป็นคนที่มีความสามารถแต่ขาดทุนทรัพย์ มีความรู้และความเข้าใจแต่ขาดซึ่งโอกาสและหนทางในการพัฒนาต่อยอด ดังนั้นหากมันจะเป็นไปได้ที่ในอนาคตดิฉันจะสามารถเป็นใครสักคนที่มีส่วนในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงพัฒนาจังหวัดบ้านเกิดของตัวเองให้ยั่งยืนได้ ดิฉันคิดว่าสิ่งแรกที่ควรจะเกิดขึ้นในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างยั่งยืน คือ การส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้และการลดความเหลื่อมล้ำภายในเมืองหรือจังหวัด รวมไปถึงประเทศให้ลดน้อยลงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สองสิ่งนี้ควรเป็นลำดับแรก ๆ ในการส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนสิ่งอื่นใด  

และจากที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ซึ่งได้นำมาสู่เป้าหมายแรกของการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อดิฉันได้เป็นผู้ว่าฯ ของจังหวัดบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งในที่นี้ก็คือ จังหวัดพิษณุโลก ดิฉันจะทำให้เมืองหรือจังหวัดบ้านเกิดของดิฉันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย เป็นแหล่งเศรษฐกิจ เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งอุตสาหกรรม และเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่สามารถดึงดูดผู้คนที่มีความสามารถภายในเมืองของตนให้ไม่หนีหายหรือพยายามจะไปแสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าในเมืองอื่น ๆ ผ่านการส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ และ การลดความเหลื่อมล้ำภายในเมืองหรือจังหวัดลงตามที่ดิฉันได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งดิฉันเชื่อว่าถ้าหากเราสามารถส่งเสริมและดึงดูดกลุ่มผู้คนเหล่านี้ที่มีความสามารถซึ่งเป็นผู้คนท้องถิ่นในจังหวัดที่มีความสามารถอยู่แล้วได้ แน่นอนว่าจังหวัดของเราก็สามารถมีทัศนียภาพรวมไปถึงคุณสมบัติเพียงพอที่จะดึงดูดผู้คนที่มีศักยภาพและมีความสามารถจากเมืองอื่น ๆ ให้เข้ามาอยู่อาศัย ทำงาน ท่องเที่ยว และประกอบธุรกิจต่าง ๆ ที่เกิดประโยชน์ต่อผู้คนในจังหวัดแห่งนี้ได้เช่นกัน 

การส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้และการลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีซึ่งสามารถนำมาต่อยอดให้เป็นการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนที่เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นในด้านอื่น ๆ ได้ เพราะเมื่อเราส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้และลดความเหลื่อมล้ำภายในเมืองลง ผู้คนภายในเมืองหรือภายในจังหวัดย่อมได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีเสถียรภาพและน่าจะมีคุณภาพที่สมดุลกันได้ในระดับหนึ่ง โดยการส่งเสริมและพัฒนาเฉกเช่นนี้แน่นอนว่าจะนำพามาซึ่งการส่งเสริมและการพัฒนาในด้านอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากโอกาสในการเรียนรู้และความเหลื่อมล้ำได้ไม่มากก็น้อย

ยกตัวอย่างเช่น การส่งเสริมการเรียนรู้ในเมืองหรือในจังหวัดหนึ่ง ๆ อาจสามารถนำมาซึ่งการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและนวัตกรรมที่ยั่งยืนในเมืองจากการที่เมื่อผู้คนในจังหวัดนั้น หรือผู้คนที่มีศักยภาพซึ่งเป็นผู้คนในท้องถิ่นได้รับการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ มีการศึกษาหาความรู้ที่มีคุณภาพ มีการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ดี พวกเขาเหล่านี้สามารถช่วยพัฒนาเมืองหรือจังหวัดของพวกเขาเองให้ดีขึ้นในด้านอุตสาหกรรมและนวัตกรรมได้ และอาจนำมาซึ่งผลพวงที่ตามมาซึ่งเป็นผลดีไปมากกว่านั้น คือ     พวกเขาอาจจะสามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนภายในจังหวัดได้ด้วย 

นอกจากนี้หากเราเริ่มต้นจากการส่งเสริมการเรียนรู้ที่ดีจนทำให้เกิดการลดความเหลื่อมล้ำภายในเมืองก็อาจนำไปสู่การขจัดความยากจน ขจัดความอดอยากของผู้คนภายในเมือง ซึ่งปัจจุบันนี้แม้ความอดอยากของผู้คนในจังหวัดพิษณุโลกจะไม่ได้ถือว่ามากมาย เพราะประชาชนโดยส่วนใหญ่ของจังหวัดยังคงมีอาชีพและมี การทำมาหากินเลี้ยงชีพเพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารในการประทังชีวิต แต่ความยากจนของผู้คนในจังหวัดยังคง      มีอยู่มาก ด้วยศักยภาพของเมืองในการโอบอุ้มผู้คนในจังหวัดที่ยังไม่มากเพียงพอ เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจต่อผู้คนทุกภาคส่วน จนทำให้เกิดการกระจุกตัวของความเจริญภายในจังหวัดยังคงกระจุกตัวอยู่แต่บริเวณตัวเมืองจังหวัดเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าผู้คนในตัวเมืองของจังหวัดพิษณุโลกจะมีฐานะ หรือมีโอกาส   หรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าผู้คนในแถบชนบทหรือบริเวณรอบนอกของตัวเมือง และซึ่งแท้จริงแล้วผู้คนที่อยู่ในบริเวณชนบทหรือรอบนอกของตัวเมืองเหล่านี้ก็เป็นประชาชนที่สมควรได้รับสวัสดิการและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเฉกเช่นผู้คนภายในเมือง ดังนั้นหากเราสามารถเริ่มต้นที่จะพัฒนาสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนา จึงควรเริ่มต้นจากการลดความเหลื่อมล้ำในส่วนนี้ลดลงไปให้ได้ และต้องพยายามทำให้ผู้คนทุกภาคส่วนในจังหวัดไม่ว่าจะเป็นผู้คนในตัวเมืองจังหวัดหรือผู้คนบริเวณรอบนอกตัวเมืองได้รับการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียมและสมดุลกัน 

ฉะนั้นแล้ว เราจะเห็นได้ว่าเพียงแค่เราเริ่มต้นเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ถูกต้อง ส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้และลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้ภายในเมือง หรือภายในจังหวัด หรือภายในประเทศลง แน่นอนว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านอื่น ๆ ก็สามารถเป็นไปได้ในทิศทางที่ดีตามไปด้วย 

โดยสิ่งที่ดิฉันพูดไปทั้งหมดข้างต้น พวกท่านอาจมองไม่เห็นถึงภาพที่ชัดเจน หรือสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นอาจฟังดูเป็นนามธรรมจนเกินไป ดิฉันจึงจะขอยกตัวอย่างการพัฒนาอย่างยั่งยืนเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในจังหวัดที่หากดิฉันได้เป็นผู้ว่าราชการของจังหวัด ดิฉันอยากที่จะเริ่มต้นส่งเสริมและพัฒนาสิ่งนี้ภายในจังหวัดของตนเองเป็นสิ่งแรก ๆ 

1. ดิฉันอยากทำให้โรงเรียนทุกโรงเรียนในจังหวัดไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนที่อยู่ในตัวเมืองหรือโรงเรียนที่อยู่บริเวณรอบนอกตัวเมืองมีคุณภาพการเรียนที่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน จะไม่มีโรงเรียนประจำจังหวัด หรือโรงเรียนอันดับ 1 ในจังหวัด แต่ควรเป็นจังหวัดที่มีโรงเรียนทุกโรงเรียนเป็นอันดับ 1 ของประเทศ เพื่อที่จะสามารถชักจูงรวมถึงดึงดูดผู้คนที่มีศักยภาพทั่วประเทศให้มาที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อมาศึกษาเรียนต่อ หรืออาจจะมาเพื่อประกอบธุรกิจภายในจังหวัดนี้

2. ดิฉันอยากทำให้มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลกในปัจจุบัน สามารถเป็นแหล่งที่ดึงดูดผู้คนให้อยากมาศึกษาหาความรู้ในที่แห่งนี้ได้ ให้เป็นเสมือนเมืองแห่งการเรียนรู้และเมืองแห่ง   การพัฒนาศักยภาพของผู้คน เพราะแท้จริงแล้วปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยรวมไปถึงวิทยาลัยในจังหวัดพิษณุโลกนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่คุณภาพและประสิทธิภาพยังไม่ดีหรือโดดเด่นเท่าที่ควร จนปัจจุบันนี้แทบจะเป็นเสมือนตัวเลือกสุดท้ายของผู้คนในประเทศที่อยากจะมาศึกษาเรียนต่อ ซึ่งถ้าหากเราสามารถส่งเสริมหรือผลักดันมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในจังหวัดให้มีศักยภาพ มีความโดดเด่นทางด้านการเรียนรู้ได้ แม้ทัศนียภาพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณโดยรอบของเมืองจะไม่เอื้ออำนวยต่อการจะพัฒนาด้านเศรษฐกิจหรือสังคม แต่ศักยภาพและความโดดเด่นที่มีจะสามารถดึงดูดการพัฒนาเมืองที่ดีตามมาได้อย่างแน่นอน ยกตัวอย่างเช่น โมเดลของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เราจะเห็นได้ว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการพัฒนาภายในเมืองจังหวัดเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี 

3. ดิฉันอยากขยายการกระจุกตัวของความเจริญให้กระจายไปสู่บริเวณรอบนอกตัวเมืองของจังหวัดพิษณุโลก โดยก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่าจังหวัดพิษณุโลกนั้นถือเป็นจังหวัดหนึ่งซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยภายในจังหวัดเป็นจำนวนมาก หากเราดูตามแผนที่ (ภาพที่ ๓ ด้านล่าง) เราจะเห็นได้ว่าจังหวัดพิษณุโลกนั้นใหญ่มากกว่ากรุงเทพมหานครเสียอีก แต่การกระจายตัวของความเป็นเมือง เศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความเจริญของกรุงเทพมหานครมีความท่วมท้นทั่วทั้งเมือง ซึ่งขยายตัวไปถึงปริมณฑลโดยรอบเมืองอีกด้วย จึงทำให้เห็นได้ชัดว่าประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่ในกรุงเทพมหานครนั้นมีมากกว่าจังหวัดพิษณุโลก แม้หากดูพื้นที่จริงตามแผนที่แล้วจังหวัดพิษณุโลกจะใหญ่กว่ากรุงเทพมหานครก็ตาม แต่จังหวัดพิษณุโลกมีเพียงตัวเมืองเท่านั้นที่มีความเจริญ มีการกระจายตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีการส่งเสริมและมีการพัฒนาที่ดี ส่วนบริเวณรอบนอกตัวเมืองซึ่งอาจจะได้รับการพัฒนาบ้างในบางจุดแต่ก็ไม่ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพดีเท่าที่ควร ดังนั้นหากจังหวัดพิษณุโลกสามารถได้รับการพัฒนาและส่งเสริมในส่วนนี้ ดังเช่นโมเดลจากกรุงเทพมหานครได้ ความเหลื่อมล้ำทั้งทางด้านการเรียนรู้และความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจก็อาจจะไม่กระจุกตัวอยู่เพียงบริเวณใดบริเวณหนึ่งเพียงเท่านั้น 

ภาพที่:1 แผนที่แสดงพื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานคร
ภาพที่ 2: แผนที่แสดงพื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาพที่ 3: แผนที่แสดงพื้นที่บริเวณจังหวัดพิษณุโลก
เเหล่งที่มาภาพ: เว็บไซต์วิกิพีเดีย

แต่เหนือสิ่งอื่นใดจังหวัดพิษณุโลกเองก็ถือว่ามีสิ่งหนึ่งที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนของจังหวัดที่มีประสิทธิภาพดีอยู่แล้ว นั่นคือการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบนบกที่ค่อนข้างจะยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ มีความโดดเด่นและน่าสนใจ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีประสิทธิภาพที่ดีมาก แต่เราสามารถต่อยอดสิ่งเหล่านี้ให้เป็นจุดเด่นหรือจุดขายในการพัฒนาจังหวัดพิษณุโลกต่อไปได้ เพราะด้วยสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ภายในจังหวัดที่ยังคงมีพื้นที่สีเขียวเป็นจำนวนมาก และพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้ได้รับการดูแลที่ดี จึงถือเป็นสิ่ง ๆ หนึ่งที่เป็นจุดเด่นหรือจุดขายของจังหวัดพิษณุโลก แต่ในปัจจุบันนี้การส่งเสริมรวมไปถึงการพัฒนาจุดเด่นจุดนี้ยังคงไม่มีประสิทธิภาพที่ดีพอ หากจังหวัดพิษณุโลกพัฒนาความเป็นเมือง ความเจริญทั้งทางด้านการศึกษาและเศรษฐกิจภายในจังหวัดควบคู่ไปกับการพัฒนาส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศที่ยั่งยืน ก็อาจจะยิ่งทำให้จังหวัดพิษณุโลกเป็นเมืองที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้นด้วย

โดยในส่วนนี้เราอาจจะสามารถดูการพัฒนาเมืองในลักษณะนี้ได้จากโมเดลของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแม้ประเทศญี่ปุ่นจะมีบริเวณพื้นที่ที่มี   ความเป็นเมือง มีความเจริญ มีความโกลาหลวุ่นวายของความเป็นเมืองที่มาจากการดึงดูดผู้คนเข้ามาในเมืองเป็นจำนวนมาก แต่ประเทศญี่ปุ่นเองก็มีบริเวณที่มีความเป็นธรรมชาติ มีการจัดสรรพื้นที่ส่วนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้อยู่ร่วมกันกับความเป็นเมืองได้เป็นอย่างดี และหากจังหวัดพิษณุโลกสามารถทำเช่นนี้ได้เช่นเดียวกัน ก็จะถือเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในจังหวัดที่มีประสิทธิภาพและแทบจะครบวงจรเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านความเท่าเทียม และด้านสิ่งแวดล้อม 

และสุดท้ายนี้ ดิฉันไม่อาจรู้อนาคตได้เลยว่าจินตนาการในการจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดของดิฉันในอนาคตจะเป็นจริงได้หรือไม่ แต่ดิฉันเพียรหวังแค่อยากให้มีใครหรือหน่วยงานใดสักหน่วยงานหนึ่งมองเห็นถึงความบกพร่อง หรือช่องทางในการพัฒนาเหล่านี้ ซึ่งในบางครั้งพวกท่านเองก็อาจจะมองเห็นอยู่แล้ว และอยากจะวิงวอนให้พวกท่านที่มีโอกาสอยู่ในตอนนี้เร่งแก้ไขปัญหาและลงมือทำเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนภายในจังหวัดเเละภายในประเทศให้ได้มากที่สุด และหวังว่าการพัฒนาและการส่งเสริมที่ดิฉันได้เสนอไปข้างต้นนี้ คงจะมีประโยชน์และสามารถสัมฤทธิ์ผลให้เป็นจริงในอนาคตภายภาคหน้า

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ขจัดความยากจน
– (1.2) ภายในปี 2573 ลดสัดส่วน ชาย หญิง และเด็ก ในทุกช่วงวัย ที่อยู่ภายใต้ความยากจนในทุกมิติ ตามนิยามของแต่ละประเทศ ให้ลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง
– (1.3) ดำเนินการให้ทุกคนมีระบบและมาตรการการคุ้มครองทางสังคมในระดับประเทศที่เหมาะสม รวมถึงการคุ้มครองทางสังคมขั้นพื้นฐานและบรรลุการครอบคลุมถึงกลุ่มที่ยากจนและเปราะบาง ภายในปี 2573
– (1.b) สร้างกรอบนโยบายที่เหมาะสมในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ บนฐานของยุทธศาสตร์การพัฒนาที่สนับสนุนความยากจน (pro-poor) และคำนึงถึงความละเอียดอ่อนเชิงเพศภาวะ (gender-sensitive) เพื่อจะสนับสนุนการเร่งการลงทุนเพื่อปฏิบัติการขจัดความยากจน
#SDG2 ยุติความหิวโหย
– (2.1) ยุติความหิวโหยและสร้างหลักประกันให้ทุกคนโดยเฉพาะคนที่ยากจนและอยู่ในภาวะเปราะบาง อันรวมถึงทารก ได้เข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีอาหารตามหลักโภชนาการ และมีอาหารเพียงพอตลอดทั้งปี ภายในปี 2573
#SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
– (4.3) สร้างหลักประกันให้ชายและหญิงทุกคนเข้าถึงการศึกษาด้านเทคนิค อาชีวศึกษา อุดมศึกษา รวมถึงมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพในราคาที่สามารถจ่ายได้ ภายในปี 2573
– (4.4) เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทักษะทางด้านเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่มีคุณค่า และการเป็นผู้ประกอบการ ภายในปี 2573
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม เเละสถาบันเข้มเเข็ง
– ( 16.7) สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความเป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.14) ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ผู้เขียน: ภัทราวดี รักสายสัมพันธ์
สถาบันการศึกษา: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผลงานดังกล่าวเป็นผลงานจากการประกวดโครงการเขียนเคลื่อนโลกด้วย SDGs ภายใต้หัวข้อ “หากได้เป็นผู้ว่าฯ จะส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในจังหวัดตนเองอย่างไร”

Last Updated on กันยายน 28, 2022

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นและรายละเอียดของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการพัฒนาการสื่อสารองค์ความรู้ของ SDG Move เท่านั้น
* หมายถึง ข้อมูลที่จำเป็น