UN เรียกร้องให้หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปิดศูนย์กักกันและบำบัดการใช้ยาเสพติดแบบบังคับ

องค์การสหประชาชาติเรียกร้องให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปิดศูนย์กักกันและบำบัดการใช้ยาเสพติดแบบบังคับ (compulsory drug detention and rehabilitation centres) ที่ใช้เพื่อควบคุมตัวผู้ติดยาเสพติด ผู้ต้องสงสัยว่ามีการใช้ยาเสพจิต เหยื่อของการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ และอดีตผู้ค้าบริการทางเพศ

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2022 ที่ผ่านมา โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (UNAIDS Asia Pacific) และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC) ร่วมเปิดตัวเอกสารเผยแพร่ (booklet) ในหัวข้อ “Compulsory drug treatment & rehabilitation in East & Southeast Asia” รายงานความก้าวหน้าและตัวอย่างกรณีในประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านจากการเข้าสถานบำบัดสำหรับผู้ใช้ยาเสพติดแบบบังคับมาเป็นให้สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาผู้ใช้ยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (community-based treatment: CBTX) แทน โดยสหประชาชาติสนับสนุนแนวทางการบำบัดรักษาผู้ป่วยใช้ยาเสพติดแบบบูรณาการนี้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าการเข้าศูนย์กักกันและบำบัดผู้ติดยาเสพติดแบบบังคับนั้นจะมีประโยชน์ในแง่ของสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยหรือมีประสิทธิภาพในการรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด และไม่เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 3 การสร้างหลักประกันการมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคน รวมถึงยังอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนมากขึ้น

ข้อมูลเมื่อสิ้นสุดปี 2018 ระบุว่ามีศูนย์กักกันและบำบัดผู้ใช้ยาเสพติดแบบบังคับเข้าอย่างน้อย 886 แห่งในประเทศกัมพูชา จีน ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม องค์การสหประชาชาติระบุว่า ในแต่ละปี มีผู้คนจำนวน 440,000 ถึง 500,000 คนถูกควบคุมตัวในศูนย์เหล่านี้

ในงานนี้นางกีต้า ซับบระวาล ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UN resident coordinator in Thailand) กล่าวว่า “ในการประเมินของเรา มีความก้าวหน้าน้อยมากตั้งแต่แถลงการณ์ร่วมของสหประชาชาติครั้งแรกที่เรียกร้องให้ปิดศูนย์ภาคบังคับเหล่านี้เมื่อสิบปีก่อน” อย่างไรก็ตาม ยังได้ชมเชยประเทศไทยที่มีความก้าวหน้าในเชิงบวก และเผยให้เห็นถึงศักยภาพในการบุกเบิกการเปลี่ยนจากการลงโทษผู้ใช้ยาเสพติดอย่างรุนแรงหรือการบังคับบำบัดไปสู่การเข้าร่วมการบำบัดโดยมีส่วนร่วมของชุมชนโดยสมัครใจของผู้ติดยาเสพติดเอง ที่นำโดยกระทรวงสาธารณสุขในปัจจุบัน

ประเด็นดังกล่าว เกี่ยวข้องกับ
#SDG3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.5) เสริมสร้างการป้องกันและการรักษาการใช้สารในทางที่ผิด ซึ่งรวมถึงการใช้ยาเสพติดในทางที่ผิดและการใช้แอลกอฮอล์ในทางที่เป็นอันตราย
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
- (10.3) สร้างหลักประกันถึงโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงโดยการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องดังกล่าว
#SDG16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง
- (16.1) ลดความรุนแรงทุกรูปแบบและอัตราการตายที่เกี่ยวข้องในทุกแห่งให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา:
UN advocates drug crimes downgrades (Bangkok Post)
Compulsory Treatment and Rehabilitation in East and Southeast Asia (United Nations Thailand)

Last Updated on มกราคม 28, 2022

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

หลายเมืองใหญ่ทรุดตัวเร็วกว่าระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงจมใต้น้ำเพราะผลของกิจกรรมมนุษย์

ข้อค้นพบจากงานวิจัยล่าสุดพบว่า หลายเมืองใหญ่ทั่วโลก “ทรุดตัว” เร็วกว่าระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมืองในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉี…

รัฐบาลออสเตรเลียทุ่มงบประมาณสูงสุด เพื่อผลักดันบริการสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตัวตาย

รัฐบาลออสเตรเลียจัดสรรงบประมาณสูงถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท) เพื่อการดำเนินงานบริการด้านสุขภาพจิตและการป้องกันการฆ่าตั…

ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กเพิ่มขึ้นในช่วงโควิด-19: UN Women, UNODC, IAWP ออกคู่มือสำหรับตำรวจ จัดการเคสโดยคำนึงประเด็นทางเพศและ “ผู้รอดชีวิต” เป็นศูนย์กลาง

ถิรพร สิงห์ลอ

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงอยู่บ้านกับ “ผู้ทำร้าย” (abusers) และมีรายงานชี้ว่าอัตราคว…

องค์การอนามัยโลกระบุ 43 ประเทศ ดำเนินนโยบายแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการกำจัดไขมันทรานส์ แต่อีกกว่า 5 พันล้านคนทั่วโลกยังไม่ได้รับการป้องกัน

ปี 2566 เป็นปีเป้าหมายที่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) ระบุให้ประเทศทั่วโลกกำจัดไขมันทรานส์ที่ผลิตในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดีเมื่อพ…

ค้นหา