ILO รายงานสภาพการทำงานภาคเกษตรไทย พร้อมชี้แรงงานข้ามชาติ ยังเผชิญการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม

อาชีพ ‘เกษตรกร’ นับว่าเป็นอาชีพที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างช้านานและมักถูกกล่าวถึงในฐานะอาชีพ ‘กระดูกสันหลัง’ สำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของคนทำงานกลับสวนทางกับสมญานามดังกล่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะแรงงานข้ามชาติ 

เมื่อเดือนพฤษภาคม (พ.ศ. 2565) องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ได้เผยแพร่ “รายงานสภาพการทำงานและการจ้างงานในภาคเกษตรของประเทศไทย: การสำรวจแรงงานข้ามชาติที่ทำงานในไร่อ้อย สวนยาง สวนปาล์ม และไร่ข้าวโพด” โดยหลายปีที่ผ่านมา ภาคการเกษตรของไทยมีจำนวนแรงงานที่ลดลงและมีแนวโน้มต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชา สปป. ลาว และเมียนมามากยิ่งขึ้น ในการเข้ามาช่วยเสริมความต้องการของตลาดแรงงานภายในประเทศที่นับวันยิ่งเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานทางการเกษตรเพิ่มขึ้น 

แม้ว่าแรงงานกว่า 12.7 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของแรงงานทั้งหมดในประเทศไทย ยังคงทำงานอยู่ในภาคการเกษตร แต่สภาวะการขาดงานที่มีคุณค่า (decent work) หรือ ขาดงานที่สามารถตอบสนองความต้องการเกี่ยวกับชีวิตการทำงาน เป็นสถานการณ์ที่แรงงานในภาคการเกษตรทั่วโลกต่างยังต้องเผชิญ รายงานฉบับนี้เริ่มศึกษาก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยสำรวจแรงงานข้ามชาติ 528 คน ที่ทำงานในด้านเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญกับการส่งออกของประเทศทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ ข้าวโพด ปาล์ม ยางพารา และอ้อย ซึ่งจากการสำรวจ พบว่า การถูกยกเว้นไม่ให้ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บางประการส่งผลให้แรงงานข้ามชาติจำนวนมากในภาคการเกษตรของไทยได้รับค่าจ้างต่ำและต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่ยากลำบาก

สรุปสาระสำคัญข้อค้นพบของรายงาน – สภาพการทำงานและการจ้างงานในภาคเกษตรประเทศไทยของแรงงานข้ามชาติ (โดยสังเขป) ได้ดังนี้

  • สถานะการย้ายเข้ามาทำงาน แรงงานข้ามชาติกลุ่มอาชีพขั้นพื้นฐานที่ย้ายเข้ามาทำงานในประเทศไทย จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ซึ่งพบว่า แรงงานข้ามชาติที่มีการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง ในด้านการเพาะปลูกพืช (ยางพารา หรือปาล์มน้ำมัน) มีแนวโน้มจะมีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย
  • สัญญาการจ้างงานก่อนที่จะเดินทางย้ายถิ่น  รายงานระบุว่าแรงงานที่เป็นแรงงานตามฤดูกาลมีการจ้างงานเรียบร้อยก่อนย้ายถิ่นเข้ามาทำงานในประเทศไทย แต่กลับไม่มีการลงนามในสัญญาจ้างงาน ร้อยละ 33.5 ของผู้ตอบแบบสำรวจให้ข้อมูลว่า มีข้อตกลงการจ้างงานด้วยวาจา  นอกจากนี้ การทำสัญญาจ้างแรงงานเป็นลายลักษณ์อักษรยังมีความแตกต่างระหว่างสัญชาติอีกด้วย เพราะแรงงานลาวที่ทำงานในไร่อ้อยร้อยละ 20.9 มีสัญญาจ้างแรงงานเป็นลายลักษณ์อักษร ขณะที่ แรงงานจากเมียนมาร้อยละ 93.6 ไม่มีสัญญาจ้าง บางรายเดินทางข้ามมาโดยยังไม่ได้รับการจ้างงาน  ส่วนแรงงานกัมพูชาผู้ตอบแบบสำรวจทุกคน ไม่ได้ลงนามในสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเข้ามาทำงานในประเทศไทย
  • ค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน และวันหยุดที่ได้รับค่าจ้าง ตามพ.ร.บ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แรงงานทุกคน ไม่ว่าจะมีสัญชาติหรือสถานภาพใดทางกฎหมาย จะได้รับความคุ้มครองและเงื่อนไขต่าง ๆ เท่าเทียมกัน แต่ผลสำรวจกลับพบว่า ยังคงมีการจ้างงานเกินเวลาและค่าจ้างของแรงงานชายนั้น ได้รับต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด ขณะที่ แรงงานหญิง ได้รับค่าแรงน้อยกว่าแรงงานชาย
  • สภาพความเป็นอยู่และที่พักอาศัย แรงงานข้ามชาติที่ทำงานในสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน มีที่พักอาศัยที่มั่นคงปลอดภัย รวมทั้งสามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดและไฟฟ้า พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัยที่เพียงพอ ขณะที่ แรงงานในสวนข้าวโพดและอ้อย ซึ่งเป็นพืชผลตามฤดูกาล พักอาศัยอยู่ในที่พักแบบชั่วคราว ขาดความมั่นคงปลอดภัย และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด รวมถึงเสี่ยงต่อความรุนแรงและการละเมิดในที่พักอาศัย
  • การเข้าถึงประกันสังคมและการบริการทางการแพทย์ พบอุปสรรคหลายประการที่ขัดขวางการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของแรงงานข้ามชาติ เนื่องด้วยปัญหาค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดเฉพาะ ที่มีสิทธิเข้าถึงการรักษาได้บางโรงพยาบาลเท่านั้น ทั้งนี้ ยังมีแรงงานอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ร่วมโครงการสวัสดิการสังคม ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล เมื่อได้รับบาดเจ็บหรือคลอดบุตร จึงไม่ได้รับบริการด้านประกันสังคมที่ครอบคลุม

จากรายงานดังกล่าว ถือเป็นการสะท้อนสภาพการณ์ของการจ้างงานแรงงานข้ามชาติในภาคการเกษตรของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งยังคงพบช่องว่างในด้านนโยบายและการปฏิบัติจริง ที่จำเป็นจะต้องปรับปรุงแก้ไขอยู่หลายประการ เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของการจ้างงาน โดยสิทธิแรงงานที่ยังคงต้องปรับปรุงนั้น มิใช่เพียงคำนึงว่าเป็นแรงงานไทยหรือแรงงานข้ามชาติ แต่เพียงหวังว่าแรงงานทุกคน ทุกสัญชาติ ที่ทำงานเพื่อหล่อเลี้ยงชีพ จะมีโอกาสได้รับการทำงานที่มีคุณค่า มั่นคง และปลอดภัยต่อการดำรงชีวิตของทุกคน

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
ILO ชี้ วิกฤติซ้อนวิกฤติแช่แข็งความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศพัฒนาน้อยที่สุด – SDG Move 
รายงาน ILO เผยว่า ยังมีคนอีก 1.6 พันล้านคน ในเอเชียและแปซิฟิกที่ขาดการคุ้มครองทางสังคมด้านสุขภาพ – SDG Move 
ข้อยกเว้นทางกฎหมายและการจ้างงานนอกระบบ อุปสรรคต่อการมีงานที่มีคุณค่าของแรงงานทำงานบ้าน – SDG Move 
ความพยายามขจัดการค้ามนุษย์ของไทยตกระดับมาที่ Tier 2 Watch List โดยที่ ‘การทุจริต’ เป็นหนึ่งในปัจจัยสกัดพัฒนาการ – SDG Move 
Dr. Marcella Nunez-Smith หัวหน้าทีมเฉพาะกิจด้านความเสมอภาคทางสุขภาพในยุคโควิด-19 ที่จะนำ ‘data-driven’ ให้ทุกคนและเชื้อชาติในสหรัฐฯ เข้ารับบริการสุขภาพได้อย่างถ้วนหน้า – SDG Move 
SDG Updates | โควิด-19 แพร่ระบาดไม่เลือกหน้า แต่ไทยให้ความช่วยเหลือครอบคลุมทุกคนในประเทศแล้วหรือยัง? 

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ขจัดความยากจน
– (1.1) ภายในปี 2573 ขจัดความยากจนขั้นรุนแรงของประชาชนทุกคนในทุกพื้นที่ให้หมดไป ซึ่งในปัจจุบันความยากจนวัดจากคนที่มีค่าใช้จ่ายดำรงชีพต่ำกว่า $1.90 ต่อวัน
– (1.3) ดำเนินการให้ทุกคนมีระบบและมาตรการการคุ้มครองทางสังคมในระดับประเทศที่เหมาะสม รวมถึงการคุ้มครองทางสังคมขั้นพื้นฐานและบรรลุการครอบคลุมถึงกลุ่มที่ยากจนและเปราะบาง ภายในปี 2573
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.8) การมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน การเข้าถึงการบริการสาธารณสุขจำเป็นที่มีคุณภาพ และเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ในราคาที่สามารถซื้อหาได้
#SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ
– (5.5) สร้างหลักประกันว่าผู้หญิงจะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และมีประสิทธิผลและมีโอกาสที่เท่าเทียมในการเป็นผู้นำในทุกระดับของการตัดสินใจในเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ และกิจกรรมสาธารณะ
#SDG6 น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
– (6.2) บรรลุเป้าหมายการให้ทุกคนเข้าถึงสุขอนามัยที่พอเพียงและเป็นธรรม และยุติการขับถ่ายในที่โล่ง โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อความต้องการของผู้หญิง เด็กหญิง และกลุ่มที่อยู่ใต้สถานการณ์ที่เปราะบาง ภายในปี 2573
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
– (8.1) ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจต่อหัวประชากรมีความยั่งยืนตามบริบทของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของประเทศพัฒนาน้อยที่สุด มีการขยายตัวอย่างน้อยร้อยละ 7 ต่อปี
– (8.5) บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี 2573
– (8.8) ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.3) สร้างหลักประกันว่าจะมีโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องนี้
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.1) สร้างหลักประกันว่าทุกคนจะเข้าถึงที่อยู่อาศัยและการบริการพื้นฐานที่พอเพียงให้ปลอดภัย และในราคาที่สามารถจ่ายได้ และยกระดับชุมชนแออัด ภายในปี 2573

แหล่งที่มา:
รายงานสภาพการทำงานและการจ้างงานในภาคเกษตรของประเทศไทย: การสำรวจแรงงานข้ามชาติที่ทำงานในไร่อ้อย สวนยาง สวนปาล์ม และไร่ข้าวโพด (ฉบับเต็ม) – ILO

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Last Updated on สิงหาคม 4, 2022

Author

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

ผู้เขียน

  • Praewpan Sirilurt

    Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้

    View all posts

RELATED

เลขาธิการ UN แต่งตั้ง BLACKPINK ให้เป็นผู้สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Advocate)

องค์การสหประชาชาติได้ประกาศชื่อวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีใต้ ‘BLACKPINK’ เป็นผู้สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Advocate) อย่างเป็นทางการล่าสุด ก่อ…

6 หลักการสำคัญเพื่อให้ทุกภาคส่วนมีกระบวนการตัดสินใจที่นำด้วยข้อมูล โดยมี ‘ประเด็นสุขภาพ’ เป็นหัวใจหลัก

คณะกรรมาธิการจาก Rockefeller Foundation และ Boston University ด้านปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ ข้อมูล และการตัดสินใจ (The Commission on Health Determinants…

คู่มือการใช้งานตราสัญลักษณ์ SDGs วงล้อสี SDGs และเครื่องหมาย SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย ฉบับปี 2563 โดย UN

ชวนอ่าน –  “คู่มือการใช้งานตราสัญลักษณ์ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งรวมถึงวงล้อสี SDGs และเครื่องหมาย SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย” (Guidel…

SDG Updates | เตรียมตัวสำหรับ HLPF 2023 ในปีครึ่งทางของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030

การประชุมเวทีหารือระดับสูงทางการเมืองว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (High-Level Political Forum on Sustainable Development: HLPF) ประจำปี พ.ศ. 2566 (ค.ศ. …

ค้นหา