TU SDG Seminars | การทำงานวิจัยด้านอาหารและยาร่วมกับผู้ประกอบการภาคเอกชน ปัญหา อุปสรรค และประเด็นที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง – ชวนหาคำตอบจากบทสรุปการสัมมนาการวิจัยด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนทุกช่วงวัย

ชวนอ่านบทสรุปการสัมมนาการวิจัยด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนทุกช่วงวัย โดย รศ. ดร.ประภาศรี เทพรักษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ดร.สุเมธ คงเกียรติไพบูลย์ ศูนย์วิจัยค้นคว้าและพัฒนายา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อร่วมกันนำเสนอผลงานวิจัยและแลกเปลี่ยนความคิด โดยแบ่งประเด็นการพูดคุยออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) การนำเสนอผลงานวิจัยที่ผ่านมาของนักวิจัยและอุปสรรคที่เกิดขึ้น และ 2) การเสนอแนะหัวข้อการวิจัยที่น่าสนใจในปัจจุบันและการบูรณาการกับสาขาอื่น ๆ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้เวทีสัมมนาการวิจัยด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ผ่านระบบ Zoom Meeting

ด้วยประเด็นที่กล่าวถึงการให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ร่วมกับผู้ประกอบการภาคเอกชน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและยาของประเทศไทย จึงสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 2 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และเป้าหมายที่ 9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม

01 – การนำเสนอผลงานวิจัยที่ผ่านมาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น

ผลงานวิจัยที่ผ่านมาของ รศ. ดร.ประภาศรี ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยที่ได้รับโจทย์มาจากผู้ประกอบการภาคเอกชน แล้วจึงพัฒนาเป็นโครงร่างการวิจัยขึ้นมา โดยแหล่งเงินทุนของโครงการจะมาจากผู้ประกอบการ 50% และจากหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รูปแบบการดำเนินงานสามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่ยังอยู่ในขอบเขตงานที่กำหนดไว้ ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา เช่น อาหารโรคไตที่พัฒนาสูตรต้นแบบ (prototype) และกระบวนการผลิตร่วมกับบริษัทเอกชน เป็นต้น

ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการทำงานที่ผ่านมาของ รศ. ดร.ประภาศรี ร่วมกับผู้ประกอบการ สามารถสรุปประเด็นที่สำคัญได้ดังนี้

  • การร้องขอจากผู้ประกอบการที่นอกเหนือจากโครงร่างการวิจัย (proposal) ที่เคยเสนอไป จึงจำเป็นต้องมีตัวกลางที่เข้มแข็ง ในการประสานงานและจัดการปัญหาต่าง ๆ เพื่อลดการปะทะโดยตรงระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการ
  • งบประมาณวิจัยส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาในเชิงการค้า หากผู้วิจัยต้องการนำตัวอย่างไปวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตีพิมพ์ผลงานในเชิงวิชาการ จำเป็นต้องขอทุนวิจัยอื่นเพิ่มเติม และต้องทำข้อตกลงร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อปกปิดสูตรอาหาร ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนาน
  • การจดทะเบียนสิทธิบัตรเป็นชื่อผู้ประกอบการ ไม่สามารถจดเป็นชื่อหน่วยงานได้ ซึ่งอาจทำให้ผู้วิจัยและมหาวิทยาลัยเสียผลประโยชน์ตรงนี้ไป รศ. ดร.ประภาศรี เสนอว่า การขอทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ผู้ประกอบการจะให้ทุนสนับสนุน 10-20% ดังนั้น การจดสิทธิบัตรจะสามารถจดร่วมกันได้ระหว่างผู้ประกอบการและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สำหรับ ดร.สุเมธ มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนายา โดยศึกษาค้นคว้าด้านเคมีทางยาจากพืชสมุนไพรไทยเป็นหลัก การทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพของสมุนไพรไทย การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยา เครื่องสำอาง การพัฒนาสารสกัดดอกหางนกยูงเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบำรุงผิว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดอาการปวดข้อเข่าจากตำรับยาพอกดูดพิษ เน้นกระบวนการทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ (quality) ความปลอดภัย (safety) และประสิทธิภาพ (efficacy) การวิเคราะห์สารสำคัญที่เป็นองค์ประกอบ การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา การศึกษาเภสัชจลนศาสตร์  และกลไกการออกฤทธิ์ เป็นต้น โดยมีการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล Kunming Institute of Botany (KIB), Chinese Academy of Sciences (CAS) และ Botany and Biodiversity Research, University of Vienna, Austria

ปัญหาและอุปสรรคที่ ดร.สุเมธ พบเจอจากประสบการณ์ทำงานวิจัยที่ผ่านมา สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

  • ความร่วมมือระหว่างสหสาขา ในการทำวิจัยเกี่ยวกับยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้น มีความเชื่อมโยงกับหลายสาขาวิชาชีพ ดังนั้นการทำวิจัยให้สำเร็จลุล่วงได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายด้านร่วมกัน
  • ระยะเวลาที่ยาวนานในการทำวิจัย การศึกษาวิจัยยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพใช้เวลานาน เริ่มตั้งแต่การค้นหาตัวยา การทดสอบคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผล การทำวิจัยในสัตว์ทดลอง การทำวิจัยทางคลินิก ไปจนถึงการขึ้นทะเบียนยา
  • ใช้งบประมาณวิจัยสูง เนื่องจากจำเป็นต้องใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ชั้นสูงเพื่อช่วยในการศึกษาวิจัย
  • การศึกษาวิจัยในบางหัวข้อต้องใช้ความรู้และประสบการณ์มาก ประเทศไทยมีงานวิจัยเชิงลึกค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศทางฝั่งยุโรป
  • งานวิจัยในปัจจุบันมีความหลากหลายค่อนข้างมาก และไม่ค่อยมีการทำซ้ำเพื่อศึกษาในเชิงลึกมากขึ้น ทำให้จำเป็นต้องลงทุนใหม่บ่อยครั้ง จึงไม่เกิดกำไรจากการทำงาน

02 – การเสนอแนะหัวข้อการวิจัยที่น่าสนใจในปัจจุบันและการบูรณาการกับสาขาอื่น ๆ

รศ. ดร.ประภาศรี เสนอว่า งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นการทำงานร่วมกับนักศึกษาปริญญาเอก โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และเน้นการตีพิมพ์ผลงานวิจัยมากขึ้น รวมถึงการจดสิทธิบัตรและเสนอขายแก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้ภาคเอกชนต่าง ๆ นำไปขยายผลในภาคอุตสาหกรรมต่อไป นอกจากนี้ ผู้ประกอบการสามารถให้ทุนเพื่อจ้างทำการวิจัยตามโจทย์ที่ต้องการ โดยหัวข้อการวิจัยที่น่าสนใจในปัจจุบัน ได้แก่

  • อาหารผู้ป่วย
  • อาหารสำหรับความต้องการเฉพาะ ตัวอย่างเช่น อาหารที่ทำมาจากพืช ผัก ผลไม้ เห็ดต่าง ๆ รวมไปถึงธัญพืชและถั่ว (plant-based food) เช่น ชีสจากพืช เป็นต้น
  • อาหารจากวัตถุดิบทางเลือกของไทย เช่น หนอน ดักแด้
  • อาหารจากขยะ เช่น กากมะพร้าวกะทิ หรือการนำอาหารที่ช้ำ มาทำให้สามารถนำไปรับประทานต่อได้
  • อาหารที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การฉายรังสี

นอกจากนี้ รศ. ดร.ประภาศรี เสนอการบูรณาการงานวิจัยกับงานด้านอายุรกรรมโภชนศาสตร์ โดยร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ ในการพัฒนาอาหารของผู้ป่วย เพื่อนำไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายจริง และการออกแบบอาหารสำหรับผู้ป่วยชนิดใหม่ ๆ

สำหรับ ดร.สุเมธ เสนอการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน รวมถึงใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมของไทย โดยหัวข้อการวิจัยที่น่าสนใจในปัจจุบัน คือ ยาสมุนไพรของไทย ซึ่งภาคเอกชนกำลังให้ความสนใจอย่างมาก รวมถึงมีกลุ่มรายชื่อสมุนไพรที่ภาครัฐให้ความสนใจด้วย ทำให้การขอทุนวิจัยเพื่อศึกษาทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ สมุนไพรบางชนิดที่ภาคเอกชนกำลังขายแต่ติดปัญหาการพัฒนาบางอย่าง เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจและทำให้ได้รับทุนสนับสนุนได้ง่ายขึ้น

ในการบูรณาการงานวิจัยกับสาขาอื่น ๆ ดร.สุเมธ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยค้นคว้าและพัฒนายามีการมุ่งเน้นไปที่เรื่องกัญชาทางการแพทย์ โดยยึดหลักประโยชน์ทางการแพทย์เป็นสำคัญ เช่น กลไกการรักษาโรค ซึ่งศูนย์วิจัยฯ มีการพัฒนาความก้าวหน้าในประเด็นนี้อย่างสม่ำเสมอ

กล่าวโดยสรุป งานสัมมนาการวิจัยด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนทุกช่วงวัย ของกลุ่มวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) ฉายภาพให้เห็นถึงแนวทางการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการภาคเอกชน โดยการประยุกต์ใช้ความรู้จากการวิจัยเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารและยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป

รับชมวิดีโอบันทึกจากงานสัมมนาย้อนหลัง ได้ที่นี่ : https://youtu.be/FaYMm6KUx48
ติดตามสรุปสัมมนาในโครงการทั้ง 12 เวที ได้ที่ : อ่านสรุปสัมมนาทั้งหมด

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.b) สนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาวัคซีนและยา สำหรับโรคติดต่อและไม่ติดต่อที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศกำลังพัฒนา ให้มีการเข้าถึงยา และวัคซีนจำเป็นในราคาที่สามารถซื้อหาได้ ตามปฏิญญาโดฮาความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าและการสาธารณสุขซึ่งเน้นย้ำสิทธิสำหรับประเทศกำลัง พัฒนาที่จะใช้บทบัญญัติ ในความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าอย่างเต็มที่ในเรื่องการผ่อนปรนเพื่อจะปกป้องสุขภาพสาธารณะและโดยเฉพาะการเข้าถึงยาโดยถ้วนหน้า 
– (3.c) เพิ่มการใช้เงินที่เกี่ยวกับสุขภาพและการสรรหาการพัฒนา การฝึกฝนและการเก็บรักษากำลังคนด้านสุขภาพในประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุดและรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก 
#SDG9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม
– (9.b) สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการวิจัยและนวัตกรรมภายในประเทศกำลังพัฒนารวมถึงการให้มีสภาพแวดล้อมทางนโยบายที่นำไปสู่ความหลากหลายของอุตสาหกรรมและการเพิ่มมูลค่าของสินค้าโภคภัณฑ์

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยแบบบูรณาการระดับแนวหน้า เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (TU-SDG Research Network)

ขนิษฐา สมศรี – ถอดความ
กนกพร บุญเลิศ – เรียบเรียง
พิมพ์นารา อินต๊ะประเสริฐ – พิสูจน์อักษร
วิจย์ณี เสนเเดง – ภาพประกอบ

Author

ผู้เขียน

RELATED

สรุปสาระสำคัญ การสัมมนาวิชาการในหัวข้อ Developing research strategy drawing upon experiences of orchestrating Macquarie’s research strategy in harmony with global megatrends that are likely to impact our future world.

โดย Professor Sakkie Pretorius Deputy Vice-Chancellor ResearchMacquarie University, Sydney Australia

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชล บุนน…

TU SDG Seminars | การทำงานวิจัยข้ามศาสตร์ : เจาะลึกกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการทำวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ SDGs และทิศทางการวิจัยในอนาคตของธรรมศาสตร์ – ชวนหาคำตอบจากบทสรุปการสัมมนาการวิจัยด้านหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาและกลไกการขับเคลื่อน

ชวนอ่านบทสรุปสัมมนา ครั้งที่ 4 หัวข้อ “การวิจัยด้านหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาและกลไกการขับเคลื่อน” โดย ศ. ดร.รุธิร์ พนมยงค์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และ…

TU SDG Seminars | มุมมองงานวิจัยในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ช่วยสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร – ชวนหาคำตอบจากบทสรุปการสัมมนาการวิจัยด้านการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน

ชวนอ่านบทสรุปการสัมมนา ครั้งที่ 3 หัวข้อ “การวิจัยด้านการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน”  โดย ศ. ดร.ตรีทศ เหล่าศิริหงษ์ทอง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลั…

ค้นหา