สช. พัฒนา ‘E-Living Will’ ระบบสร้างสุขระยะสุดท้าย หวังคนไทยเลือกบริการสาธารณสุขช่วงก่อนเสียชีวิตได้ด้วยตัวเอง 

วันที่ 7 มิถุนายน 2567 ที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ครั้งที่ 3/2567 ซึ่งมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาวะระยะสุดท้ายของชีวิต ตามมาตรา 12 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ซึ่งมุ่นเน้นกำหนดสิทธิของประชาชนในการแสดงความต้องการเข้ารับบริการสาธารณสุขในระยะสุดท้ายของชีวิตและการตายอย่างสงบตามธรรมชาติ อันเป็นสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง (right to self-determination) 

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการ คสช. ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มอุบัติการณ์ของโรคร้ายแรงและโรคที่คุกคามต่อชีวิตเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการก้าวสู่สังคมสูงอายุ ท่ามกลางเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ทำให้บางครั้งการรักษาในระยะสุดท้ายไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ (medical futility) แต่กลับสร้างความทุกข์ทรมานและเป็นภาระของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งครอบครัว ญาติ บุคลากรทางการแพทย์และระบบบริการสาธารณสุขโดยรวมอย่างมาก ซึ่งผลการศึกษาวิจัยพบว่าการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการดูแลแบบประคับประคองร่วมกัน จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของครอบครัวและภาครัฐลดลงได้มาก สอดรับกับการยกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคของรัฐบาล ที่กำหนดให้มีสถานชีวาภิบาลประจำท้องถิ่น เพื่อให้ผู้ป่วยในระยะสุดท้ายได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ทั้งนี้ มติดังกล่าวมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดการ โดยล่าสุดมีความคืบหน้าการดำเนินการที่น่าสนใจ เช่น

  • พัฒนาระบบสารสนเทศการบริหารจัดการหนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 แบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ‘e-Living Will’ ขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาฯ ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2567
  • สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคี สนับสนุนให้มีนโยบายจัดทำแผนงาน โครงการ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดูแลระยะสุดท้ายในชุมชน ขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ (กสพ.) และบูรณาการในแผนพัฒนาสุขภาพระดับพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อพัฒนาระบบการดูแลระยะสุดท้ายที่สามารถเข้าถึงบริการทางเลือกที่หลากหลาย และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่
  • สนับสนุนให้หน่วยงานในพื้นที่ร่วมจัดระบบบริการดูแลระยะสุดท้ายกับหน่วยงานในภาคสุขภาพ ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสม ทั้งที่เป็นเครือข่ายกับโรงพยาบาล หรือการจัดบริการดูแลแบบเบ็ดเสร็จที่บ้าน หรือเป็นหน่วย Hospice Centre ในชุมชนที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในชุมชน

อย่างไรก็ตาม ศ. ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ประธานกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แม้การสร้างเสริมสุขภาวะระยะสุดท้ายของชีวิต ตามมาตรา 12 รวมถึงการดูแลแบบประคับประคอง จะเป็นหลักการที่ดีที่ช่วยลดภาระของครอบครัวและภาครัฐได้ ซึ่งทางการแพทย์ก็สามารถให้คำอธิบายได้ว่านี่ไม่ใช่การฆ่าชีวิตใด ๆ แต่อย่างไรก็ตามมองว่ายังมีประเด็นสำคัญที่จะต้องสื่อสารทำความเข้าใจกับสังคม อย่างในเชิงของศาสนาที่ว่าจะเป็น ‘บาป’ หรือไม่ รวมถึงในเชิงของสังคมไทยที่มองว่าจะเป็นการ ‘อกตัญญู’ หรือไม่

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
“การดูแลแบบประคับประคอง ถือเป็นสิทธิมนุษยชน” แต่มีผู้ป่วยระยะสุดท้าย 1 ใน 10 คนเท่านั้นที่ได้รับบริการนี้
 เมื่อบางครั้ง ‘ผู้ดูแล’ ก็เหนื่อยล้า ทำความเข้าใจภาระหน้าที่การดูแลผู้ป่วยติดเตียง อะไรคือปัญหาและอุปสรรค
 Palliative Care สู่มิติใหม่แห่งการเยียวยาที่ยั่งยืน

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสาม ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี พ.ศ. 2573
– (3.8) บรรลุการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน การเข้าถึงการบริการสาธารณสุขจำเป็นที่มีคุณภาพ และเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และมีราคาที่สามารถซื้อหาได้

แหล่งที่มา : สช. พัฒนา ‘E-Living Will’ สร้างสุขระยะท้าย หนุน ปชช. แสดงเจตนาฯ ได้ทุกที่ทุกเวลา (สช)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการกลยุทธไตรพลังในการดำเนินการเพื่อสุขภาวะและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

ปลาน้ำจืดกลืนกินไมโครพลาสติกมาตั้งแต่ทศวรรษ 2493

‘เป็นเวลาร่วม 10 – 15 ปีแล้วที่ผู้คนตระหนักถึงปัญหาการปนเปื้อนของพลาสติกในแหล่งน้ำ แต่เราอาจจะยังไม่รู้ว่ามันเริ่มมีการปนเปื้อนในระบบนิเวศมาตั้งแต่เม…

ภาคประชาชนยื่นหนังสือ ขอให้แก้ปัญหาการใช้สิทธิบัตรทองใน กทม. เหตุกระทบผู้ป่วยที่เคยมีนัดกับโรงพยาบาลรับส่งต่อ

วันที่ 20 มีนาคม 2567 ตัวแทนกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนระบบบัตรทองในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกลุ่มเพจ Facebook “รวมคนได้รับผลกระทบจากใบส่งตัว บัต…

กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ. กากอุตสาหกรรม เข้าสภาฯ ตั้งเป้าประกาศใช้ตุลาคมปี 2568

วันที่ 22 มกราคม 2568 อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประธานคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการผลักดัน “ร่างพระราชบัญญัติกากอุ…

Adaptation Gap Report 2025 เตือนช่องว่างเงินทุนปรับตัวพุ่ง 12 เท่า ประเทศกำลังพัฒนาเสี่ยงรับมือวิกฤตโลกร้อนไม่ทัน

โลกยังรับมือไม่ทันต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากเงินทุนและทรัพยากรไม่เพียงพอ หากยังเป็นเช่นนี้ ผลกระทบจะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะด้านเงินทุนที่ยังไม่สอดคล…

ค้นหา