การประชุมสมัชชาอนามัยโลกสมัยพิเศษ เร่งหารือเรื่องระบบเตรียมพร้อมตอบสนองต่อโรคระบาดในระดับโลกอย่างเป็นทางการ

เชื้อโรคจากโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนและการดื้อยาของเชื้อโรค เป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งและต่อเนื่อง ต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ดั่งที่เราประสบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าโลกกำลังอยู่ใน ‘ยุคสมัยของโรคระบาด’ (age of pandemics) โดยวิธีการสำคัญอีกประการคือการเพิ่มศักยภาพในการป้องกัน

สัปดาห์นี้ การประชุมสมัชชาอนามัยโลก (World Health Assembly – WHA) สมัยพิเศษ จะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2564 (ตามเวลาเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) โดยใช้เป็นพื้นที่หารือระหว่างผู้แทนรัฐบาลในการพัฒนาอนุสัญญาองค์การอนามัยโลก หรือพันธกรณี/ข้อตกลงในโลกว่าด้วยการเตรียมพร้อม (preparedness) และตอบสนอง (response) ต่อวิกฤติโรคระบาดในปัจจุบันและอนาคตอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะผลักดันให้เกิดความร่วมมือพหุภาคีจากหลายหน่วยงาน – ภาคส่วน – ระดับ การมีระบบ ‘ร่วมกัน’ ระดับโลก และการลงทุนกับระบบภายในประเทศเพื่อจัดการกับวิกฤติการณ์ดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว กระทั่งให้แนวคิดการเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อวิกฤติสาธารณสุขยกเป็น ‘วาระสำคัญ’ ของผู้นำประเทศในโลกด้วย

ทั้งนี้ เนื้อหาบางส่วนที่คาดว่าจะมีการหารือเพื่อจัดทำอนุสัญญาฯ สรุปโดยสังเขป มีดังนี้

  1. ความริเริ่มเพื่อจัดการกับโรคระบาด ผ่านพื้นที่ระดับโลกที่จะประสานความร่วมมืออย่างครอบคลุม ให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน
  2. การเข้าถึงยา วัคซีน และการวินิจฉัยโรคได้อย่างเสมอภาค ไม่ให้เกิดกรณีประเทศใดมีเอกสิทธิ์พิเศษในการเข้าถึงยาและวัคซีนที่มีคุณภาพมากกว่า ขณะที่บางส่วนในโลกประสบกับภาวะขาดแคลน ในแง่นี้ หมายถึง 1) การกระตุ้นการผลิตยาและวัคซีนในโลกให้มากขึ้น 2) การทำให้ระบบกฎเกณฑ์ ตรวจสอบ และควบคุมมีความเข้มแข็ง และ 3) มีกลไกที่สนับสนุนการเข้าถึงยาและวัคซีนอย่างเสมอภาค
  3. การแลกเปลี่ยนข้อมูล เทคโนโลยี และผลประโยชน์ เรื่องโรคไม่ติดต่อต้องมองเป็นประเด็นข้ามชายแดนและรับมือด้วยการแลกเปลี่ยนกันข้ามพรมแดน เพื่อให้ทุกที่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นและเป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ เป็นไปได้ว่ากรอบอนุสัญญาฯ ดังกล่าวจะหมายรวมถึงข้อมูลเชื้อโรคและข้อมูลทางพันธุกรรม
  4. การเรียกร้องให้รัฐบาลต่าง ๆ ตระหนักถึงความสำคัญของ ‘One Health’ ระหว่างสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ สิ่งแวดล้อม และโลก เพื่อลดโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (zoonotic diseases) ในอนาคต โดยผสานแนวคิดดังกล่าวไว้ในระบบและการดำเนินงานระดับชาติ

นอกเหนือจากประเด็นทั้ง 4 นี้ ส่วนหนึ่งเป็นไปได้ว่าจะมีการหารือกันถึงการป้องกันและการสร้างระบบเตรียมพร้อมและตอบสนองระดับโลกดังกล่าว ที่จะต้องครอบคลุมพื้นที่ที่ ‘มีความอ่อนแอ ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและเปราะบาง’ (fragile, conflict affected, and vulnerable – FCV) ด้วย เพราะประเทศเหล่านี้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากจากการขาดแคลนบริการขั้นพื้นฐาน โรคระบาดแต่เดิม และโรคระบาดในปัจจุบัน (อ่านเพิ่มเติมข้อเสนอแนะการป้องกันโรคระบาดในพื้นที่ที่เปราะบาง ที่นี่)

การประชุมสมัชชาอนามัยโลก (World Health Assembly – WHA) เป็นเวทีสำหรับการตัดสินใจในกรอบขององค์การอนามัยโลก ซึ่งตามปกติจะประชุมกันทุกเดือนพฤษภาคมในแต่ละปี โดยมีผู้แทนจากรัฐสมาชิกทั้ง 194 ประเทศเข้าร่วมเพื่อหารือกันถึงประเด็นและนโยบายที่ควรจัดอันดับให้ความสำคัญ การกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข และรายละเอียดของการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายและนโยบายดังกล่าว

ในปี 2564 เมื่อครั้งการประชุมในเดือนพฤษภาคมถือเป็นการประชุมครั้งที่ 74 โดยมีการหารือประเด็นสุขภาพมากกว่า 70 ประเด็น นอกเหนือจากการเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อโควิด-19 แล้ว ยังหมายรวมถึง #SDG3 กำลังแรงงานภาคสาธารณสุข ความปลอดภัยทางชีวภาพในห้องทดลอง และความรุนแรงทางเพศ เป็นต้น

● อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
WHO จัดตั้ง ‘ศูนย์เฝ้าระวังโรคระบาดระดับโลก’ ณ กรุงเบอร์ลิน หวังสกัดโรคระบาดในอนาคตได้รวดเร็วมากขึ้น
EU ใช้งบกับ EU4Health Programme 2021 – 2027 มากกว่าที่ผ่านมาถึง 10 เท่า เตรียมพร้อมรับความท้าทายทางสุขภาพระดับภูมิภาคและระดับโลก
รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนด การเตรียมพร้อมรับการระบาดใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นประเด็นวิจัยและพัฒนาสำคัญของรัฐลำดับต้น
ระบบเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินระดับชาติที่จัดการ ‘ภัยพิบัติธรรมชาติ’ พร้อมกับ ‘อันตรายทางชีวภาพ’ จะทำให้เอเชียแปซิฟิกมีภูมิคุ้มกันต่อโรคระบาด

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 สุขภาพและสุขภาวะที่ดี
-(3.3) ยุติการแพร่กระจายของโรคติดต่อ ภายในปี 2573
-(3.8) ในด้านการเข้าถึงการบริการสาธารณสุขจำเป็นที่มีคุณภาพ และเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นที่ปลอดภัย มีประสิทธิผล มีคุณภาพ และมีราคาที่สามารถซื้อหาได้
-(3.d) ส่งเสริมขีดความสามารถสำหรับทุกประเทศ โดย เฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนา ในเรื่องการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพในระดับประเทศและระดับโลก
#SDG17 หุ้นส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืน
-(17.16) ยกระดับความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
-(17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม

แหล่งที่มา:
Special session of World Health Assembly 29 November 2021 – 1 December 2021 (WHO)
WHO and the WHA – an explainer (WHO)
The world must act now to be prepared for future health emergencies (bmj)
Preventing pandemics in the world’s most vulnerable settings (bmj)

Last Updated on พฤศจิกายน 29, 2021

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *