56 มหาวิทยาลัยจาก 30 ประเทศทั่วโลกร่วมลงนามแถลงการณ์ร่วมผู้นำมหาวิทยาลัยระดับโลก กับบทบาทนำขับเคลื่อน SDGs

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัย Zhejiang ของจีน จัดงาน (ออนไลน์) ‘บทบาทของมหาวิทยาลัยในวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030’ (Role of Universities in the 2030 Agenda) พร้อมกับที่มีการลงนาม ‘แถลงการณ์ร่วมผู้นำมหาวิทยาลัยระดับโลกกับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030’ (Joint Statement of Global University Leaders on the 2030 Agenda for Sustainable Development) โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัย 56 มหาวิทยาลัยจาก 30 ประเทศทั่วโลกเป็นผู้ลงนาม และมีเจ้าหน้าที่จากสหประชาชาติเป็นพยาน

ในแถลงการณ์ฯ ชี้ว่า ‘ตอนนี้เราเหลือเวลาน้อยกว่า 10 ปีในการบรรลุ SDGs ในปี 2030 ดังนั้น จึงสำคัญมากที่ประชาคมโลกจะต้องเร่งดำเนินการและลงมือทำร่วมกัน’

และการลงนามร่วมกันนี้จึงเป็นการแสดงความมุ่งมั่น พร้อมแสดงบทบาทนำของมหาวิทยาลัยที่มีต่อวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ในฐานะที่เป็นแหล่งองค์ความรู้ จุดเชื่อมโยงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากฐานราก (transformation)

ซึ่ง 80% ของมหาวิทยาลัยที่ร่วมลงนามก็ได้มีการพัฒนายุทธศาสตร์ แผนงาน และกิจกรรมในด้านความยั่งยืนเป็นของตนเอง และการลงนามร่วมกันนี้ก็ยังเป็นการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด ตลอดจนการสำรวจโอกาสใหม่ ๆ ในประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับมหาวิทยาลัยด้วย

โดยสาระสำคัญนั้น มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้เห็นพ้องกับ  5 กุญแจสำคัญ ได้แก่

  1. นำคอนเซ็ปท์ของการพัฒนาที่ยั่งยืนมาดำเนินการผ่านกิจกรรมและการทำงานของมหาวิทยาลัย
  2. ปรับปรุงศักยภาพ/องค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของนักศึกษา คณะ และเจ้าหน้าที่
  3. สนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างกว้างขวาง ซึ่งรวมถึงการวิจัยแบบสหวิชาการและ ‘blue-sky research’ (: การวิจัยที่อาจนำไปสู่การสร้างความรู้/ทฤษฎีใหม่ ๆ) เพื่อตอบสนองกับความท้าทายโลก
  4. ทำงานร่วมกับหุ้นส่วนการพัฒนาระดับโลกในการหาทางออกทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี
  5. ส่งเสริมการเปิดกว้างให้เกิดความร่วมมือข้ามพรมแดนอย่างสร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะทาง

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่ร่วมลงนามมีดังนี้

  • Peking University, จีน
  • Kyoto University, ญี่ปุ่น
  • Korea University, เกาหลีใต้
  • the National University of Singapore; สิงคโปร์
  • Harvard University และ Yale University, สหรัฐฯ
  • the University of Toronto, แคนาดา
  • University College London, สหราชอาณาจักร
  • École Polytechnique, ฝรั่งเศส
  • the University of Oslo, นอร์เวย์
  • Peter the Great St Petersburg Polytechnic University, รัสเซีย
  • the University of Sydney, ออสเตรเลีย
  • Stellenbosch University, แอฟริกาใต้
  • Universidade Estadual de Campinas, บราซิล

แหล่งอ้างอิง: https://www.universityworldnews.com/post.php?story=20210331092107403

Last Updated on มีนาคม 31, 2021

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *