งานประชุม IGC5 ที่ “ไครียะห์ ระหมันยะ” บินลัดฟ้าไปเข้าร่วม ณ สำนักงานใหญ่ UN สำคัญกับโลกใบนี้อย่างไร?

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคงได้เห็นข่าว “ไครียะห์ ระมันหยะ” ลูกสาวแห่งท้องทะเลจะนะเดินทางไปร่วมการประชุมเจรจาเกี่ยวกับการปกป้องมหาสมุทรที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกากันบ้างแล้ว การประชุมเจรจาดังกล่าวคือการประชุมที่ชื่อว่า “Intergovernmental Conference on BBNJ” หรือการประชุมระหว่างรัฐบาลขององค์การสหประชาชาติ ครั้งที่ 5 (IGC5)  ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-26 สิงหาคม 2565 นับเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของการหาข้อสรุปเกี่ยวกับ “สนธิสัญญาทะเลหลวง (Global Ocean treaty)” เพื่อให้เกิดกลไกการคุ้มครองทางทะเลในเขต “ทะเลหลวง (high sea)” หรือที่มักเรียกว่า “น่านน้ำสากล” ซึ่งเป็นพื้นที่ทางทะเลที่ไม่อยู่ภายใต้อาณาเขตหรือการปกครองจากรัฐใด ๆ ส่งผลให้ทุกคนไม่ว่ามาจากรัฐใดก็สามารถเข้ามาทำประมง แสวงหาประโยชน์จากพื้นที่บริเวณนี้ได้โดยไม่มีใครหวงห้าม 

ด้วยเหตุนี้เองทรัพยากรในเขตทะเลหลวงจึงถูกใช้ และทำลายอย่างหนักจนกระทบต่อปริมาณสิ่งมีชีวิต และระบบนิเวศทางทะเล นักอนุรักษ์และนักวิทยาศาสตร์จึงตั้งความหวังว่าต่อสนธิสัญญาฉบับนี้มาก เพราะผลของ ผลการประชุมจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของ “มหาสมุทร” 

ไครียะห์ ในฐานะตัวแทนนักต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่อปกป้องท้องทะเลจากไทยระบุกับกรีนพีซ ประเทศไทย ว่า “พอได้มาเรียนรู้การต่อสู้ของคนอื่น ๆ ที่เจอประเด็นที่เหมือนกันในอีกซีกหนึ่งของโลก ก็รู้สึกว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยว ยังมีคนในที่อื่น ๆ ที่เจอปัญหาที่คล้ายคลึงกับเราเหมือนกัน บางครั้งอาจหนักกว่าด้วยซ้ำ ก็รู้สึกได้แรงบันดาลใจกลับไป ทำให้เห็นว่าการต่อสู้เพื่อปกป้องทะเลจะนะ ไม่ใช่แค่เรื่องของจะนะอีกต่อไป แต่เชื่อมโยงถึงผู้คนในที่อื่น ๆ อีกมากมาย”

นอกจากไครียะห์ แล้ว ยังมีตัวแทนจากประเทศและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เข้าร่วมซึ่งต่างได้ให้ความเห็นต่อประเด็นของการเจรจาไว้อย่างน่าสนใจ อาทิ Laura Meller ตัวแทนจากแคมเปญ “Protect the Oceans” ของกรีนพีซระบุว่า “การเจรจาเหล่านี้เป็นโอกาสครั้งสำคัญของคนในยุคสมัยปัจจุบันที่จะปกป้องมหาสมุทรในโลกสีน้ำเงินของเรา ขณะที่มหาสมุทรค้ำจุนและช่วยให้ทุกชีวิตบนโลกอยู่รอด แต่มนุษย์กลับละเลยมหาสมุทรมานานเกินไป ตัวแทนจากรัฐและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เข้าร่วมประชุมจึงต้องทำให้สนธิสัญญามีประสิทธิภาพสำเร็จลุล่วงให้ได้ในเดือนสิงหาคมนี้ เพราะหากเนื้อหาของสนธิสัญญาเปราะบางหรือดำเนินการล่าช้า สภาพความเสื่อมโทรมที่เป็นอยู่ซึ่งได้ส่งผลกระทบให้มหาสมุทรขยับเข้าสู่วิกฤต” 

ด้าน Awa Traore จากกรีนพีซแอฟริกาที่แสดงความกังวลต่อภูมิภาคของตนว่า “รัฐบาลได้หารือเกี่ยวกับสนธิสัญญานี้มานานกว่าสองทศวรรษ ในระหว่างนั้น มหาสมุทรต้องสูญเสีย(ความสมบูรณ์เเละหลากหลายทางชีวภาพ)ไปมาก และชุมชนที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรมหาสมุทรก็กำลังดิ้นรน ในแอฟริกาตะวันตก เราได้เห็นแล้วว่าเรือประมงอุตสาหกรรมซึ่งโดยมากมาจากยุโรปทำให้จำนวนสัตว์น้ำลดลงอย่างมาก และปัญหานี้กำลังส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและความมั่นคงทางอาหารทั่วทั้งภูมิภาคแอฟริกา การปล่อยให้ล่าช้าต่อไปจะเป็นการดูถูกทุกคนที่เชื่อมั่นในผู้นำทางการเมืองซึ่งรักษาสัญญาของพวกเขา ผู้แทนที่เข้าร่วมการเจรจาต้องปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของรัฐบาล และทำให้สนธิสัญญามหาสมุทรโลกที่มีความมุ่งมั่นสูงในตอนนี้สำเร็จเสียที”

การเจรจาสนธิสัญญาทะเลหลวงจะลุล่วงได้ ในที่ประชุมเจรจาจำเป็นต้องกำหนดให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ได้แก่

  • กำหนดวัตถุประสงค์หลักในการจัดตั้งเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองทางทะเลทั่วโลก (Marine Protected Areas)
  • ใช้โอกาสจากที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ (Conference of the Parties: COP) ในการขอความยินยอมจากรัฐต่าง ๆ ให้จัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ โดยปราศจากกิจกรรมที่สร้างภัยคุกคาม เช่น การทำประมงและการขุดเจาะในทะเลลึก เป็นต้น
  • ยินยอมให้ที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติตัดสินใจโดยการลงคะแนนเสียงหากไม่สามารถตกลงกันได้
  • กำหนดพื้นที่คุ้มครองทางทะเลเพื่อให้สามารถสร้างพื้นที่คุ้มครองอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูง 
  • ยินยอมให้ที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ตัดสินใจว่าจะอนุญาตหรือห้ามกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่คุ้มครองทางทะเล โดยต้องไม่ละเลยกฎเกณฑ์ที่มีอยู่
  • ยินยอมให้ที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติใช้มาตรการชั่วคราวหรือฉุกเฉินเพื่อปกป้องพื้นที่ที่รอการจัดตั้งเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล

ทั้งนี้ หากไม่สามารถทำให้สนธิสัญญาทะเลหลวงฉบับนี้สำเร็จลุล่วงในการเจรจาที่นิวยอร์กครั้งนี้ได้ เป้าหมายการปกป้องมหาสมุทรให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30% ภายในปี 2573 ตามแผน 30×30 (30×30: A Blueprint for Ocean Protection) ที่กำหนดขึ้นเพื่อป้องกันเเละฟื้นฟูมหาสมุทรจากผลกระทบให้ได้ร้อยละ 30 ภายในสิบปี คือระหว่างปี 2564 – 2573 ก็ยากจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายที่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าเป็นขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับการดูแลฟื้นฟูพื้นที่มหาสมุทร นั่นเท่ากับว่าเราจะไม่สามารถปกป้อง 1 ใน 3 ของมหาสมุทรทั่วโลกได้ 

การเจรจา “สนธิสัญญาทะเลหลวง” จึงเป็นเรื่องสำคัญของคนทุกคน เพราะทะเลหลวงเป็นแหล่งอาหาร เป็นพื้นที่การกำเนิดสัตว์น้ำมาเติมเต็มวัฏจักรแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสมดุลของสภาพอากาศเพราะมหาสมุทรเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนในรูปก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แหล่งใหญ่ของโลกอย่างไรก็ดี ความเป็นจริงในปัจจุบัน คือ ทะเลหลวงต้องเผชิญกับภัยคุกคามหลากหลายด้าน อาทิ อุตสาหกรรมการประมงที่ขาดความรับผิดชอบ การขุดเจาะและทำเหมืองใต้ทะเล เป็นต้น เช่นนั้นโจทย์สำคัญของมนุษย์โลกคือจะช่วยปกป้องทะเลหลวงได้อย่างไร แน่นอนว่า “สนธิสัญญาทะเลหลวง” เป็นหนึ่งในทางออกที่ประเทศและภาคส่วนต่าง ๆ ทั่วโลกจะสามารถมีส่วนร่วมกันได้

● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาล-เอกชนทั่วโลก ผนึกกำลังขับเคลื่อน 410 ข้อผูกพัน เพื่อการพัฒนามหาสมุทรที่ยั่งยืน ในการประชุม Our Ocean Conference 2022
– ทศวรรษแห่งสมุทรศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนกับ 4 โซลูชันจากโครงการ Flagship ที่ออกสำรวจใต้ท้องทะเลลึก
– SDG Updates | ท่ามกลางคราบน้ำมัน และ Climate Change: ทะเลและมหาสมุทรยังเป็นความหวังใหม่
– SDG Recommends | เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเรากับทะเลและมหาสมุทรมากขึ้นผ่าน Ocean Literacy
– เสียงส่วนใหญ่ใน IUCN World Conservation Congress เห็นชอบห้ามทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึกชั่วคราว
– จังหวัดปาปัวตะวันตกคงความอุดมสมบูรณ์ทางทะเลได้ดีขึ้น เพราะการกำหนดพื้นที่คุ้มครองและบทบาทนำของชุมชนรอบชายฝั่ง
 – 4 ประเทศลาตินอเมริกา ประกาศ “แนวระเบียงพื้นที่คุ้มครองทางทะเลแปซิฟิกเขตร้อนตะวันออก” มากกว่า 500,000 ตร.กม.

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG14 ทรัพยากรทางทะเล
– (14.2) บริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืนเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางลบที่มีนัยสำคัญ รวมถึงโดยการเสริมภูมิต้านทานและปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟู เพื่อบรรลุการมีมหาสมุทรที่มีสุขภาพดีและมีผลิตภาพ ภายในปี 2563
– (14.4) ภายในปี 2563 ให้กำกับในเรื่องการเก็บเกี่ยวและยุติการทำประมงเกินขีดจำกัด การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และแนวปฏิบัติด้านการประมงที่เป็นไปในทางทำลายอย่างมีประสิทธิภาพและดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการบริหารจัดการที่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อจะฟื้นฟูมวลสัตว์น้ำ (fish stock) ในเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างน้อยที่สุดในระดับที่สามารถไปถึงระดับผลผลิตการประมงสูงสุดที่ยั่งยืน (maximum sustainable yield) ตามคุณลักษณะทางชีววิทยาของสัตว์น้ำเหล่านั้น
– (14.c) เพิ่มพูนการอนุรักษ์และการใช้มหาสมุทรและทรัพยากรเหล่านั้นอย่างยั่งยืน โดยการดำเนินการให้เกิดผลตามกฎหมายระหว่างประเทศตามที่สะท้อนใน UNCLOS ซึ่งเป็นกรอบทางกฎหมายสำหรับการอนุรักษ์และการใช้มหาสมุทรและทรัพยากรเหล่านั้นอย่างยั่งยืน ตามที่ระบุในย่อหน้าที่ 158 ของเอกสาร The Future We Want
#SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.14) ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
– (17.17) สนับสนุนและส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม สร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

แหล่งที่มา
UN negotiations to decide the fate of the oceans begin, Greenpeace comments (Greenpeace International)
ประชุม IGC5 : ความหวังสุดท้ายของทะเลหลวง? (Greenpeace Thailand) 
ไครียะห์ ระหมันยะ  ได้รับเชิญจากกรีนพีซสากล มาร่วมประชุม IGC5 (เฟซบุ๊กเพจ Greenpeace Thailand)

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพของประเทศไทย

Last Updated on สิงหาคม 23, 2022

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนของแอฟริกาปี 2565 เพื่อผลักดันชาวแอฟริกันให้พ้นจาก ‘ความยากจน’

หากไม่มีการผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573 ผู้คนอย่างน้อย 492 ล้านคน จะต้องตกอยู่ภายใต้ ‘ความยากจนขั้นรุนแรง’ (extreme poverty) และอีก…

ออฟฟิศสวย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

Creating the Workplace of the Future Through Biophilic Design

ที่มา : sustainablebrands.com

การออกแบบอาคาร สถานที่ หรือที่ทำงาน

ประชุม COFO ครั้งที่ 26 นานาประเทศหารือความเชื่อมโยงของป่าไม้-การเกษตร กับ ‘climate change’ หวังหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

เมื่อวันที่ 3-7 ตุลาคม 2565 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) จัดการประชุมคณะกรรมการ…

เด็กและวัยรุ่นเพศชายมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าเพศหญิง เพราะปัญหาความรุนแรง อุบัติเหตุ และการใช้สารเสพติด

ความพยายามในการจัดการปัญหาการใช้ความรุนแรง อุบัติเหตุ และการใช้สารเสพติดที่ล้มเหลว ทำให้เด็กชายและวัยรุ่นชายในช่วงอายุ 10 – 24 ปี เสียชีวิตมากกว่าเพศ…

ค้นหา