Area Need 05 | Area Need 2: What’s next step? การติดตาม และวางแผนต่อไปสำหรับโครงการความต้องการของพื้นที่ ปีที่ 2 

การศึกษาตามโครงการ Area Need ปีที่ 1 ทำให้ทราบความต้องการความรู้สำหรับแก้ไขปัญหาสำคัญของแต่ละพื้นที่ แต่เนื่องจากการเก็บข้อมูลและการศึกษาปัญหาสำคัญของพื้นที่อยู่ในช่วงเวลาที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ค่อนข้างรุนแรงทำให้แทบทุกพื้นที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา และการรับมือผลกระทบจากโควิด-19 ทว่าเมื่อเริ่มดำเนินการโครงการปีที่ 2 สถานการณ์การระบาดคลี่คลายลง ทั้งยังมีปัญหาอื่น ๆ เกิดขึ้นประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่แผนพัฒนาระดับประเทศหลายแผนเข้าสู่การดำเนินการตามแผนฉบับใหม่ เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 การมีแผนวิจัย วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ฉบับสมบูรณ์ อาจส่งผลให้ความต้องการพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพการณ์

ดังนั้น การศึกษาในปีที่ 2 จึงเริ่มต้นด้วยการทบทวนความสำคัญของประเด็นปัญหาเพื่อให้การค้นหาช่องว่างความรู้ และกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์มีความชัดเจน สอดคล้องกับความต้องการปัจจุบันของพื้นที่ ในปีที่ 2 มีการดำเนินตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.คืนข้อมูล

จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ที่ร่วมกระบวนการ เพื่อนำเสนอข้อมูลจากการศึกษาในปีก่อน และให้ผู้เข้าร่วมพิจารณาความสำคัญ ความรุนแรงของผลกระทบ ในประเด็นที่ได้จัดทำขึ้นอีกครั้ง เพื่อทบทวนลำดับความสำคัญก่อนวิเคราะห์ช่องว่างในการปฏิบัติการและช่องว่างความรู้ในการบรรลุความต้องการที่สำคัญ

2. ทบทวนลำดับความสำคัญของประเด็น

ในการทบทวนลำดับความสำคัญของประเด็น คณะผู้วิจัยใช้ mentimeter ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับสอบถาม ระดมความเห็นมาใช้ในการให้ผู้เข้าร่วมประชุมให้คะแนนจัดลำดับความสำคัญของประเด็นปัญหาเพื่อทบทวนว่า “ประเด็นที่ได้จากปีที่ 1 ยังสำคัญอยู่หรือไม่?” ผ่านคำถาม 4 คำถาม ได้แก่

  • ปัญหานั้นยังเป็นประเด็นที่น่ากังวลอยู่หรือไม่?
  • ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อคนวงกว้าง (scale) มากน้อยเพียงใด?
  • มีผู้ได้รับความรุนแรงจากผลกระทบ (depth) มากน้อยเพียงใด? 
  • ในการแก้ปัญหานี้มีประสิทธิผลเชิงนโยบายมากน้อยเพียงใด

จากการให้คะแนนจะทำให้ได้ประเด็นที่แต่ละภาคให้ความสำคัญที่เป็นปัจจุบัน

3. พื้นที่มีความรู้และนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้หรือไม่

เมื่อได้ประเด็นสำคัญที่เป็นปัจจุบันแล้ว ต่อมาจึงเข้าสู่การหาช่องว่างความรู้ (knowledge gap) เพื่อสำรวจว่างานวิจัยที่มีอยู่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาหรือไม่โดยค้นหางานวิจัยจากฐานข้อมูลระบบ NRIIS และสำรวจถึงแผนงาน นโยบายว่ามีเพียงพอต่อการแก้ปัญหาในพื้นที่หรือไม่ โดยพิจารณาการมีอยู่ทั้งแผนระดับจังหวัด ระดับกลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนาระดับตำบล ชุมชน

หากสำรวจแล้วพบว่ามีงานวิจัยและนโยบายเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนั้นก็จะใช้กลไก ววน. ในการสนับสนุนให้เกิดการใช้ความรู้ แต่หากสำรวจแล้วพบว่าไม่มีหรือไม่เพียงพอ กลไก ววน. จะทำให้ที่เป็นหน่วยเชื่อมร้อยกับส่วนกลางเพื่อกำหนดนโยบาย ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ที่นำมาสู่การสนับสนุนการผลิตความรู้เพิ่มเติมเพื่ออุดช่องว่างความรู้ที่มีอยู่ต่อไป

● บทความที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Area Need 
Introduction of Area Need | เราจะรู้ได้อย่างไรว่างานวิจัยที่มีอยู่ตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่
พื้นที่ต้องการอะไร? : ความต้องการและข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคเหนือ 
Area Need พื้นที่ต้องการอะไร? | ความต้องการและข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พื้นที่ต้องการอะไร?: ความต้องการและข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคตะวันออก 
พื้นที่ต้องการอะไร? : ความต้องการและข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคกลาง
พื้นที่ต้องการอะไร? : ความต้องการและข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคใต้ 
พื้นที่ต้องการอะไร?: ความต้องการและข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคใต้ชายแดน

ซีรีส์ Area Need จะสรุปข้อค้นพบสำคัญของโครงการปีที่ 1  และอัปเดตสิ่งที่เรากำลังทำต่อในปีที่ 2 ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้ ไปจนถึง เมษายน 2566

Last Updated on มกราคม 27, 2023

Author

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นและรายละเอียดของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการพัฒนาการสื่อสารองค์ความรู้ของ SDG Move เท่านั้น
* หมายถึง ข้อมูลที่จำเป็น