7 ข้อเสนอเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพื่อแบ่งงานดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้างอย่างเท่าเทียมมากขึ้นระหว่างหญิงชาย

ข้อมูลจากรายงาน ‘State of the World’s Fathers‘ ประจำปี 2021 แสดงให้เห็นว่า ผู้ชายมีส่วนร่วมในงานดูแลมากขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่โลกยังต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อให้บรรลุความเท่าเทียมทางเพศในงานดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้าง

Unpaid Care Work คือ งานดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้าง หมายถึง งานดูแลและบริการที่ไม่ได้รับค่าจ้างทั้งหมดที่ทำเพื่อสมาชิกในครัวเรือน (domestic care) ทั้งการดูแลสมาชิกโดยตรง เช่น การดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุ และการดูแลโดยอ้อม เช่น การทำอาหาร การทำความสะอาดบ้าน การไปตักน้ำหรือเก็บฟืนมาสำรองไว้ใช้ในครัวเรือน รวมถึงงานอาสาบริการชุมชนที่ทำโดยไม่รับเงิน โดยกิจกรรมเหล่านี้ถือเป็น ‘งาน’ เพราะเราสามารถจ้างบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คนในบ้านมาเป็นผู้ดูแลได้

รายงานฉบับนี้จัดทำโดย MenCare แคมเปญระดับโลกที่นำโดย Promundo-US และ Sonke Gender Justice เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ชายในฐานะผู้ดูแล พบว่า ด้วยอัตราความก้าวหน้าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จำเป็นต้องใช้เวลาอีก 92 ปี เพื่อให้การแบ่งงานดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้างเป็นไปอย่างเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง เพราะในขณะนี้ ผู้หญิงทั่วโลกใช้เวลาเพื่องานดูแลต่าง ๆ มากกว่าผู้ชายถึงสามเท่า

ข้อมูลจากสำรวจใน 47 ประเทศ พบว่า แม้ว่าการล็อกดาวน์จากการระบาดของโควิด-19 จะทำให้ผู้ชายได้มีส่วนร่วมในการทำงานดูแลมากขึ้น แต่ผู้หญิงก็ต้องทำงานดูแลเพิ่มขึ้นเช่นกัน นอกจากนั้น ทั้งชายและหญิงในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาตอนใต้ระบุว่า พวกเขาได้รับความช่วยเหลือในการทำงานดูแลที่ไม่ได้ค่าจ้างจากลูกสาวมากกว่าจากลูกชาย

รายงาน State of the World’s Fathers เสนอ 7 วิธีการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อลดอุปรรคในการแบ่งภาระงานดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้างระหว่างหญิงชายให้เท่าเทียมกันมากขึ้น ได้แก่

  1. มีนโยบายระดับชาติด้านงานดูแลและการรณรงค์เพื่อสร้างการตระหนัก ยอมรับ ลด และแบ่งภาระงานดูแลอย่างเท่าเทียมกันระหว่างผู้ชายและผู้หญิง
  2. มีนโยบายระดับชาติสำหรับการลางานเพื่อเลี้ยงดูบุตร การปกป้องตำแหน่งงาน และได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนอย่างเท่าเทียมกันให้ผู้ปกครองทั้งสองฝ่าย
  3. ออกแบบและขยายโปรแกรมการคุ้มครองทางสังคมเพื่อแบ่งงานดูแลระหว่างผู้หญิงและผู้ชายอย่างเท่าเทียมกัน โดยให้ความสำคัญกับความต้องการและสิทธิของผู้หญิงและเด็กผู้หญิง
  4. ปฏิรูปสถาบันภาคสุขภาพเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพ่อตั้งแต่ช่วงก่อนคลอดไปจนถึงตอนเกิดและวัยเด็ก และการมีส่วนร่วมของผู้ชายในฐานะผู้ดูแลบุตร
  5. ส่งเสริมให้ผู้ชายเรียนรู้จริยธรรมด้านงานดูแล ทั้งในโรงเรียน สื่อ และสถาบันสำคัญอื่น ๆ ที่มีส่วนสริมสร้างบรรทัดฐานทางสังคมในหน้าที่งานดูของผู้ชาย
  6. เปลี่ยนสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และนโยบายในที่ทำงานเพื่อสนับสนุนการให้การดูแลบุคลากร และกำหนดให้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นกฎหมายระดับประเทศ
  7. ให้ผู้นำทางการเมืองฝ่ายชายเป็นผู้รับผิดชอบการสนับสนุนนโยบายด้านการดูแล และสนับสนุนความเสมอภาคของผู้หญิงในการเป็นผู้นำทางการเมือง

นอกจากนี้ รายงานยังนำเสนอ ตัวอย่างของการดำเนินการที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว เช่น การปรับปรุงกฎหมายแรงงานของแอฟริกาใต้ล่าสุด เพื่อให้สามารถลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อย่างเท่าเทียมกัน และการฝึกอบรมและการรณรงค์สร้างความตระหนักเกี่ยวกับบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมที่เป็นอันตรายในการเลี้ยงดูบุตร ความรุนแรงระหว่างเพศ และความรุนแรงต่อเด็กในแทนซาเนีย โดยให้สื่อมวลชน สถาบันทางศาสนา และเซเลบริตี้ในการผลักดันข้อความสู่วงกว้าง เป็นต้น

ประเด็นดังกล่าว เกี่ยวข้องกับ
#SDG5 ความเท่าเทียมระหว่างเพศ
- (5.4) ยอมรับและให้คุณค่าต่องานดูแลและการทำงานบ้านแบบไม่ได้รับค่าจ้าง โดยจัดเตรียมบริการสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐานและนโยบายการคุ้มครองทางสังคมให้ และสนับสนุนความรับผิดชอบร่วมกันภายในครัวเรือนและครอบครัวตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ
#SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
- (8.5) บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายค่าจ้างที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี 2573
- (8.8) ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคน รวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย

ที่มา : Unpaid care work still falls on women: seven steps that could shift the balance (The Conversation)

Last Updated on มกราคม 12, 2022

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

จุฬาฯ และ มจธ. ติดอันดับ Top 100 ของโลก จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัย THE Impact Rankings 2021

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2021 The Times Higher Education (THE) ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน …

สารจากประธาน COP29 เน้นย้ำความทะเยอทะยานและเร่งรัดการลงมือทำเกี่ยวการเงินเพื่อการต่อสู้กับ Climate Change 

วันที่ 24 กรกฎาคม 2567 Mukhtar Babayev ประธานการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Conv…

รายงานข้อมูลประชากรโลกปี 2566 ชี้ ‘Climate Change’ มีผลต่ออัตราการตายทั่วโลก  – ขณะที่ไทยจะมีประชากรในปี 2593 น้อยกว่าปัจจุบัน 8 ล้านคน

ข้อมูลจากเอกสารข้อมูลประชากรโลก ฉบับปี 2566  (World Population Data Sheet 2023) โดยสำนักงานอ้างอิงประชากร (Population Reference Bureau: PRB) เผย…

WHO เตือน ผู้ติดเชื้อ HIV มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนทั่วไปเกือบ 25% เมื่อติดเชื้อโควิด-19

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกรายงาน ‘Clinical features and prognostic factors of COVID-19

ค้นหา