SDG Spotlight – 6 ข่าว SDGs น่าสนใจในรอบสัปดาห์ที่ 1 ประจำเดือนตุลาคม 2566


จากการสำรวจข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการขับเคลื่อน SDGs ระหว่างวันที่  1 – 5 ตุลาคม 2566 มีข่าวสารความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ดังนี้

สภากรุงเทพฯ ผ่านร่างรถเมล์ไฟฟ้า หวังช่วยสร้างอากาศสะอาด

วันที่ 4 ตุลาคม 2566 สภากรุงเทพฯ เห็นชอบญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง รถโดยสารประจำทางพลังงานไฟฟ้าเพื่อลดมลภาวะ พ.ศ. … หรือกฎหมายรถเมล์อนาคต ด้วยคะแนนเสียง 30:0 โดย พุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ สมาชิกสภากรุงเทพฯ เขตยานนาวา พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ผลักดันร่างข้อบัญญัติรถเมล์อนาคต และประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นก้าวแรกของประเทศไทยและสภากรุงเทพฯ ที่จะเดินหน้าไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน หลังจากนี้ยังมีร่างข้อบัญญัติพื้นที่สีเขียวที่จะขับเคลื่อนต่อไป ขอให้สมาชิกทุกคนร่วมกันผลักดันเพื่อประชาชนชาว กทม.”

ทั้งนี้ ร่างข้อบัญญัติดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาโหวตรับร่างอีกในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ซึ่งจะจัดขึ้นต่อไปในภายหลัง

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG7 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 7.1 สร้างหลักประกันว่ามีการเข้าถึงการบริการพลังงานสมัยใหม่ที่เชื่อถือได้ 7.2 เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนพลังงานของโลก SDG11 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 11.6 ลดผลกระทบทางลบของเมืองต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรรวมถึงการให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศและการจัดการขยะมูลฝอย และ SDG17 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 17.14 ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เข้าถึงได้ที่: สภา กทม. ผ่านกฎหมายรถเมล์อนาคต เปลี่ยนรถเมล์ทั้ง กทม. เป็น EV ใน 7 ปี (ประชาไท) 

เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกโต 5% หวั่นความเสี่ยงจาก Climate Change

ธนาคารโลก เผยแพร่รายงานอัปเดตเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ตุลลาคม 2566 (World Bank East Asia and the Pacific Economic Update October 2023) พบเนื้อหาสำคัญ เช่น 1) เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้จะขยายตัวที่ 5% 2) การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 5.1% และเศรษฐกิจของภูมิภาคที่ไม่รวมจีนจะอยู่ที่ 4.6%  ขณะที่เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกคาดว่าจะอยู่ที่ 5.2% 3) ปี 2567 เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกจะเติบโตที่ 4.5% และสถานการณ์ภายนอกที่ดีขึ้นจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค 4) ความเสี่ยงด้านลบที่อาจกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของภูมิภาค ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น และความเสี่ยงของการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว และ 5) เศรษฐกิจไทยในปี 2566 นี้จะอยู่ที่ 3.4% โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวและการบริโภคภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง รวมถึงการส่งออกที่ดี ขณะที่ปี 2567 คาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยจะอยู่ที่ 3.5% และ ปี 2568 อยู่ที่ 3.3%

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG8 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 8.2 บรรลุการมีผลิตภาพทางเศรษฐกิจในระดับที่สูงขึ้นผ่านการสร้างความหลากหลาย

เข้าถึงได้ที่: ธนาคารโลกเผย เอเชียตะวันออกและแปซิฟิกเศรษฐกิจโตดี จับตาโลกชะลอ-ความเสี่ยงจีน-ภูมิรัฐศาสตร์ (brand inside) 

สองผู้คิดค้นวัคซีน mRNA คว้ารางวัลโนเบลสาขาการแพทย์

วันที่ 2 ตุลาคม 2566 คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสรีวิทยาหรือการแพทย์ประกาศให้ ศาสตราจารย์ ดร.กอตอลิน กอริโก ชาวฮังการี รองประธานอาวุโส บริษัทไบโอเอ็นเทค อาร์เอ็นเอ ฟาร์มาซูติคอล และศาสตราจารย์ นพ. ดรู ไวส์แมน ชาวอเมริกันจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ผู้ร่วมกันคิดค้นและพัฒนาวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) คว้ารางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ประจำปี 2566 ไปครอง

ผู้แทนคณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาดังกล่าว ระบุว่า “ผลงานการคิดค้นและพัฒนาวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอของทั้งสอง ได้ช่วยรักษาชีวิตของผู้คนทั่วโลกนับล้าน ท่ามกลางวิกฤติการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 จนสังคมโลกสามารถเปิดประตูกลับสู่การดำเนินชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง และในปัจจุบันวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอยังถูกพัฒนาต่อไป เพื่อใช้ป้องกันและรักษาโรคอื่น ๆ เช่นโรคมะเร็งอีกด้วย”

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG3 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่  3.3 ยุติการแพร่กระจายของเอดส์ วัณโรค มาลาเรีย และโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย และต่อสู้กับโรคตับอักเสบ โรคติดต่อทางน้ำและโรคติดต่ออื่น ๆ และ 3.b สนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาวัคซีนและยาสำหรับโรคติดต่อและไม่ติดต่อ

เข้าถึงได้ที่: สองผู้คิดค้นวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ คว้ารางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ 2023 (BBC News ไทย) 

ผบ.ตร. ออก 5 มาตรการป้องกันเหตุกราดยิงซ้ำ

วันที่ 4 ตุลาคม 2566 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำหนดมาตรการในการป้องกันเหตุกราดยิง หลังเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงที่ห้างพารากอน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 

โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้ขานรับคำสั่งของนายกรัฐมนตรีด้วยการออก 5 มาตรการป้องกันการก่อเหตุในทุกพื้นที่ ได้แก่ 1) ให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน สิ่งเทียมอาวุธปืน อาวุธสงคราม และเครื่องกระสุนอย่างจริงจัง เด็ดขาด และต่อเนื่อง 2) บูรณาการกับกระทรวงมหาดไทย กรมศุลกากร และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบและควบคุมการนำเข้า จำหน่าย รวมทั้งการออกใบอนุญาตอาวุธปืน 3) ให้ฝ่ายสืบสวนทุกหน่วยทั่วประเทศจัดทำและตรวจสอบข้อมูลการจำหน่ายอาวุธปืนในพื้นที่ และให้กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นหน่วยรับผิดชอบในการตัดวงจรการจำหน่ายและการสืบสวนขยายผล การนำซื้อขายอาวุธออนไลน์ การนำแบลงค์กัน (Blank Gun) ไปดัดแปลงเป็นอาวุธ 4) จัดชุดวิทยากรต่อยอดการฝึกอบรมการสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ ฝึกปฏิบัติในการรับมือกับสถานการณ์กราดยิงในทุกแห่ง และ 5) ขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมบุตรหลาน เกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนหรือความรุนแรงต่าง ๆ

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG16 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 16.1 ลดความรุนแรงทุกรูปแบบและอัตราการตายที่เกี่ยวข้องในทุกแห่ง และ 16.4 ลดการลักลอบเคลื่อนย้ายอาวุธและเงิน  

เข้าถึงได้ที่: ผบ.ตร.ประสาน ‘มหาดไทย’ ขึ้นปืน ‘Blank Gun’ ที่ใช้ก่อเหตุกราดยิง ‘พารากอน’ เป็นอาวุธผิด กม. (ประชาไท) 

ไทยถอนคำแถลงตีความอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ ยกระดับกระบวนการยุติธรรม

วันที่ 5 ตุลาคม 2566 พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้รับแจ้งจากองค์การสหประชาชาติ ว่าได้ดำเนินการถอนคำแถลงตีความ (Interpretative Declaration) ในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment : CAT) ข้อบทที่ 1 (คำนิยามการทรมาน) ข้อบทที่ 4 (การกำหนดให้การพยายาม การสมรู้ร่วมคิด และการมีส่วนร่วมในการกระทำทรมานเป็นความผิดที่ลงโทษได้ตามกฎหมายอาญา) และข้อบทที่ 5 (เขตอำนาจศาลสากลเหนือความผิดฐานกระทำทรมาน) อย่างเป็นทางการ 

การถอนคำแถลงตีความดังกล่าวของประเทศไทย เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เนื่องจากพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ทั้งนี้ จะส่งผลให้ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ อย่างสมบูรณ์เต็มรูปแบบ

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG16 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 16.1 ลดความรุนแรงทุกรูปแบบและอัตราการตายที่เกี่ยวข้องในทุกแห่งให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ  16.3 ส่งเสริมหลักนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ และ 16.10 สร้างหลักประกันว่าสาธารณชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีการปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

เข้าถึงได้ที่: รมว.ยธ. ดันไทยถอนคำแถลงตีความต่ออนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ มุ่งมั่นยกระดับสิทธิมนุษยชนไทยให้ทัดเทียมสากล (สยามรัฐ) 

ICCA จัดประชุมบริษัทสตาร์ตอัป หวังหนุนเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น

วันที่ 28 กันยายน 2566 สภาของสมาคมอุตสาหกรรมเคมีระหว่างประเทศ (International Council of Chemical Associations) จัดการประชุม  ‘Investor Forum’ ภายใต้ธีมหลัก ‘Creating an International Ecosystem for Sustainable Chemistry Innovations – Promoting Sustainable Investments and Support Frameworks’ ซึ่งเป็นการประชุมคู่ขนานกับการประชุมระหว่างประเทศด้านการจัดการสารเคมี (International Conference on Chemicals Management) ครั้งที่ 5 

การประชุมข้างต้นได้เชิญบริษัทสตาร์ตอัปกว่า 18 บริษัททั่วโลกเพื่อนำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยสนับสนุนความยั่งยืนและพลังงานหมุนเวียน ทั้งนี้ สาระสำคัญจากการประชุม เช่น 1) การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับสนับสนุนบริษัทสตาร์ตอัปในประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมาก 2) ความพยายามรวมความเสี่ยงโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ  (physical risks) กับความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (transition risk) และความจำเป็นในการสร้างแรงจูงใจให้อุตสาหกรรมต่างเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน และ 3) ความสำคัญของการปลูกฝังความยั่งยืนให้กับดีเอ็นเอของบริษัท ซึ่งรวมถึงกิจกรรมในแต่ละวัน แรงจูงใจสำหรับพนักงาน และข้อกำหนดในการปฏิบัติกับลูกค้า

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการขับเคลื่อน SDG7 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 7.2 เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนพลังงานของโลก7.a ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการวิจัย และเทคโนโลยีพลังงานที่สะอาด โดยรวมถึงพลังงานหมุนเวียน และ 7.b ขยายโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการจัดส่งบริการพลังงานสมัยใหม่และยั่งยืน และ SDG8 โดยเฉพาะเป้าหมายย่อยที่ 8.4 ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของโลกในการบริโภคและการผลิตอย่างต่อเนื่อง และพยายามที่จะแยกการเติบโตทางเศรษฐกิจออกจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม   

เข้าถึงได้ที่: ICCM5 Side Events Focus on Investors, Industry, and Research (IISD) 

ผลงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการกลยุทธไตรพลังในการดําเนินการเพื่อสุขภาวะและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

Last Updated on ตุลาคม 16, 2023

Author

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

ผู้เขียน

  • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    View all posts

RELATED

รายงาน Circularity Gap 2025 เผยอัตรา ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ ลดเหลือ 6.9% แนะภาครัฐ-เอกชนปรับทิศทางสู่การใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืน

Circle Economy ร่วมกับ Deloitte จัดทำรายงาน “Circularity Gap Report ปี 2568 ” เผยอัตราเศรษฐกิจหมุนเวียนของโลกยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดจาก 7.2% เห…

SDG Recommends | ‘Free to Think 2021’ รายงานการติดตามสถานการณ์เสรีภาพทางวิชาการโลก

พบกับคอลัมน์ SDG Recommends เช่นเดิม เพิ่มเติมคือปรับลุคใหม่ ชวนติดตามประเด็นใน SDGs กับการ ‘อ่าน – ดู – ฟัง’ หาความยั่งยืนในทุกแง่มุม

อ่าน

งานวิจัยชี้ หากสหรัฐฯ เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ จะลดอัตราการเสียชีวิตของทารกได้ 1,400 คน/ปี

จากงานวิจัยหัวข้อ “Effects of US state preemption laws on infant mortality” โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัย Syracuse ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าค่าแรงขั้นต่ำ…

คู่มือสร้างเมืองสุขภาพดี ‘Healthy Cities and Communities Playbook’ จาก World Economic Forum

คู่มือ Healthy Cities and Communities Playbook เป็นผลงานชิ้นสำคัญจากโครงการริ่เริ่ม Healthy Cities and Communities Initiative โดย World Economic

ค้นหา