นักวิทยาศาสตร์ใช้งูสิงเป็นตัวชี้วัดปริมาณการปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ยังหลงเหลือหลังอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ

หลังจากปรากฏการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 ที่ทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในฟุกุชิมะเสียหายจนเกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีปริมาณมหาศาลผ่านมาแล้วถึงสิบปี นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีการวัดปริมาณการปนเปื้อนที่ยังหลงเหลือในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการติดตามการเดินทางและใช้ชีวิตของ ‘งูสิง’

ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก University of Georgia ใช้งูสิง (rat snake) ซึ่งเป็นงูไม่มีพิษที่พบมากในท้องถิ่นเป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของระบบนิเวศ เนื่องจากงูใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ทั้งบนดินและใต้ดินจึงได้สัมผัสการปนเปื้อนในดิน ทำให้งูกลายเป็น ‘ตัวชี้วัดที่มีชีวิต’ ของการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับที่คนงานเหมืองใช้นกคีรีบูนเป็นตัวตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเหมืองเพื่อป้องกันการสูดดมก๊าซพิษโดยไม่รู้ตัว

นักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีติดเครื่องส่งสัญญาณติดตามและสัญญาน GPS ไว้บนตัวงูสิง 9 ตัว แล้วปล่อยงูเข้าไปในพื้นที่เขตห้ามเข้าในฟุกุชิมะ พบว่า หลังจากการเฝ้าติดตามการเดินทางของงูทั้งหมดเป็นเวลาหนึ่งเดือน พบว่างูเดินทางไปถึง 1,718 สถานที่ในที่ราบสูงอาบุคุมะ ซึ่งห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 24 กิโลเมตร

นักวิทยาศาสตร์พบว่า งูเดินทางเป็นระยะทางสั้น ๆ ในแต่ละวัน โดยบางครั้งเพียงแค่ 65 เมตร และหาที่พักใต้ดินในช่วงฤดูหนาวซึ่งจะเพิ่มช่วงเวลาที่งูสัมผัสดินที่มีการปนเปื้อนมากขึ้น เมื่อครบเวลานักวิทยาศาสตร์จะวัดระดับการปนเปื้อนที่สะสมในตัวงู ซึ่งเป็นตัวสะท้อนระดับการปนเปื้อนที่แตกต่างกันในแต่ละเขตพื้นที่

ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่างูใช้ชีวิตอยู่ในต้นไม้ ทุ่งหญ้า และตามลำธารริมถนน หลีกเลี่ยงพื้นที่ภายในป่าสน มักพบว่าใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ป่าผลัดใบ ริมชายป่า และภายในอาคารร้าง โดยมากกว่าครึ่งของงูที่ถูกติดตามใช้เวลาอยู่ในยุ้งฉางและเพิงที่ถูกทิ้งร้างเพราะสามารถช่วยป้องกันการสัมผัสการปนเปื้อนจากดินโดยรอบ

ทั้งนี้ งานวิจัยในอนาคตที่จะศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างถิ่นที่อยู่ขนาดเล็กของสิ่งมีชีวิตเช่น งู กับการสัมผัสกับสารปนเปื้อน ตลอดจนความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับงูและสัตว์ป่าอื่น ๆ อันเนื่องมาจากได้รับรังสีกัมมันตภาพเพิ่มขึ้นจะช่วยให้เข้าใจผลกระทบของอุบัติเหตุโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ ต่อประชากรสัตว์ป่าในท้องถิ่นได้ดียิ่งขึ้น

ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- (3.9) ลดจำนวนการตายและการเจ็บป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากมลพิษและการปนเปื้อนทางอากาศ น้ำ และดิน ให้ลดลงอย่างมาก ภายในปี 2573
#SDG12 การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
- (12.4) บรรลุการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดตลอดวงจรชีวิตของสิ่งเหล่านั้นด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตกลงกันแล้ว และลดการปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกสู่อากาศ น้ำ และดินอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อจะลดผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดภายในปี พ.ศ. 2563
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
- (15.3) ต่อสู้การแปรสภาพเป็นทะเลทราย ฟื้นฟูแผ่นดินที่เสื่อมโทรม รวมถึงที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ความแห้งแล้ง และอุทกภัย และพยายามที่จะบรรลุถึงความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดินภายในปี 2573

ที่มา :
Using snakes to monitor Fukushima radiation (University of Georgia)
Snakes are helping scientists monitor radiation from Fukushima (EURO News)

Last Updated on สิงหาคม 13, 2021

Author

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

ผู้เขียน

  • Social Media Manager - ตัวแทน 'คนธรรมดา' ในชุมชนนักวิชาการ อ่าน แปล และสื่อสารเรื่องความยั่งยืน

    View all posts

RELATED

UNWTO ประกาศ 44 รายชื่อหมู่บ้านท่องเที่ยวยั่งยืน รางวัล BEST TOURISM VILLAGES ประจำปี 2021

องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Tourism Organization: UNWTO) ประกาศรายชื่อหมู่บ้านท่องเที่ยวยั่งยืน 44 แห่ง ที่ได้ร…

UNICEF ออกรายงานชี้ความเหลื่อมล้ำของการมีและเข้าถึงน้ำ สุขาภิบาล และสุขอนามัยในพื้นที่เมืองทั่วโลก

UNICEF ออกรายงาน Snapshot of Global and Regional Urban Water, Sanitation and Hygiene Inequalities ชี้ให้เห็นภาพรวมความเหลื่อมล้ำด้านน้ำ สุขาภิบาล

www.medcannabis.go.th เว็บไซต์ ‘กัญชาทางการแพทย์’ โดยกระทรวงสาธารณสุข

เว็บไซต์ ‘กัญชาทางการแพทย์’ www.medcannabis.go.th จัดทำโดยคณะกรรมการขับเคลื่อนประชาสัมพันธ์การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นแหล่งรวบรวมข…

เลขาธิการ UN เดินทางพบผู้นำรัสเซียและยูเครนเพื่อเร่งเจรจาประเด็นด้านมนุษยธรรม สู่สันติภาพที่ยั่งยืน

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ มีแผนเดินทางไปยังประเทศตุรกี  ต่อด้วยประเทศรัสเซีย และประเทศยูเครนตามลำดับ 

จุดประสงค์ในการเดิ…

ค้นหา